รางวัลการออกแบบสภาพแวดล้อมแสงของไต้หวันครั้งที่เก้าประกาศเก้าโครงการรอบตัดสินแล้ว โดยจะเผยผู้ชนะวันที่ 11 ธันวาคม 2026 ทั้งโรงงาน อุทยานวิทยาศาสตร์ สถานีเปลี่ยนเส้นทาง ย่านถนน บ่อหน่วงน้ำ และพื้นที่วัฒนธรรมอยู่ในรายชื่อ จึงไม่ใช่การแข่งขันภาพกลางคืนชนิดเดียวกัน เมื่อดูร่วมกันจะเห็นว่าแสงช่วยการผลิต ชี้เส้นทาง และทำให้โครงสร้างสาธารณะกับความทรงจำที่ซ่อนอยู่เข้าใจได้ ข่าวครั้งนี้คือการเข้ารอบ ยังไม่ใช่การคว้ารางวัลใหญ่
จากพื้นที่ผลิตถึงผิวน้ำ วัสดุและสิ่งแวดล้อมต้องการความสว่างต่างกัน Spring Pool หรือ春場ในเขตเซียงซาน เมืองซินจู๋ เปลี่ยนโรงงานแก้วที่ยังทำงานเป็นพื้นที่กึ่งโรงงานที่คนเข้าไปมีส่วนร่วม แสงตอบรับการหลอม การไหล การขึ้นรูป และการอบคลายความเค้น เพื่อให้การผลิตกับประสบการณ์เข้าชมอยู่ร่วมกัน ส่วน Mist Light—Wafer Lake หรือ霧光—晶圓湖ที่ Fab 18 ของ TSMC ในอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ ผสานหมอกกับแสงวงแหวนบนทะเลสาบราว 3,000 ผิง ซึ่งเป็นหน่วยพื้นที่ของไต้หวัน อุณหภูมิสีต่างกันตอบการผลิต นิเวศ และชีวิต ใช้ LED การควบคุมอัจฉริยะ และแสงส่องลงเพื่อลดการกระจายที่ไม่จำเป็น
แสงอุ่นในโรงงานแก้ว Spring Pool แสดงพื้นที่และกระบวนการผลิต แสงวงแหวนตามผิวน้ำของ Mist Light—Wafer Lake ความต่างของสองโครงการไม่ใช่ใครสว่างกว่า แต่คือแสงทำงานกับสถานที่เดิมอย่างไร โรงงานต้องมองเห็นกระบวนการโดยไม่ถูกทำให้เป็นเพียงเวที ส่วนผิวน้ำมีทั้งการสะท้อนและหมอกที่เปลี่ยนไป พร้อมโจทย์ทิศทางแสง การเริ่มจากวัสดุกับเงื่อนไขใช้งานเผยการตัดสินใจออกแบบได้มากกว่าติดไฟสีเหมือนกันทุกที่ และเตือนว่าความงามในภาพเป็นเพียงจังหวะหนึ่งของสิ่งแวดล้อมที่ยังทำงานต่อเนื่อง
สถานีกับถนนใช้แสงระบุจุดที่ต้องบริการจริง โครงการออกแบบชั้น B3 ของสถานีรถไฟฟ้า Taipei Main Station ใหม่ ใช้แหล่งแสงแนวยาวตามเส้นทางหลักและแผ่นกระจายแสงขนาดใหญ่ตามจุดบริการ เพื่อจัดการนำทางในพื้นที่เปลี่ยนขบวน ส่วน Floating Island หรือ浮島ในย่านการค้า Central Park เกาสง ไม่แข่งความสว่างกับร้านค้า แต่รวมอุณหภูมิสีสม่ำเสมอไว้กับคนเดิน จุดหยุดพัก และเฟอร์นิเจอร์ถนนตรงหัวมุม แห่งแรกตอบการเคลื่อนที่หนาแน่น อีกแห่งเพิ่มพื้นที่พักและแลกเปลี่ยน ทั้งสองเริ่มจากพฤติกรรมคนแทนหน้าตาอาคารเดี่ยว
Floating Island เกาสงรวมแสงไว้กับคนเดินและจุดหยุดพักบนถนน Dashulin Detention Basin—Water’s Secret Base ที่เถาหยวนวางพื้นที่กักเก็บน้ำใต้ดินคู่สวนด้านบน ภายในใช้แนวเสา ผิวน้ำ LED อุณหภูมิสีต่ำ และแสงธรรมชาติเผยพื้นที่วิศวกรรม เปิดนำชมโดยต้องจองนอกฤดูน้ำหลาก ไม่ใช่เข้าเองได้ทุกเวลา แสงยังมีหน้าที่ด้านการเรียนรู้ ทำให้โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่ปกติมองไม่เห็นกลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทำความรู้จักได้ผ่านการเยี่ยมชมตามเงื่อนไข
แนวเสา ผิวน้ำ และแสงภายในบ่อหน่วงน้ำ Dashulin โบราณสถาน หอจดหมายเหตุ และพิพิธภัณฑ์นับความพอดีเป็นส่วนหนึ่งของงาน โครงการปรับสภาพแวดล้อมแสงเมืองไถหนาน 400 ระยะแรกดูแลโบราณสถานสามแห่ง ได้แก่ อดีตสภาจังหวัดไถหนาน อาคารที่ทำการร่วม และอาคารสมาคมสตรีรักชาติ จัดแสงตามลักษณะสถาปัตยกรรมและติดตั้งโคมทางอ้อมเพื่อไม่ทำลายมรดก ส่วนโครงการความทรงจำร่วมของจงซิงซินชุนเกี่ยวกับรัฐบาลมณฑล ใช้แสงเน้นเอกสารราชการกับแผนที่ และใช้ LED ปราศจากรังสี UV ในลิ้นชักจัดแสดงเพื่อปกป้องกระดาษ สองงานเชื่อมวัสดุประวัติศาสตร์กับเงื่อนไขการมอง ไม่ได้ตกแต่งแต่ด้านหน้า
ภาพกลางคืนของอาคารโบราณในโครงการแสงเมืองไถหนาน อีกสองโครงการคือศิลปะแสงเงาของพื้นที่และอาคารหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กับโครงการกลางคืน Between the Light ของ CMP Inspiration แห่งแรกเชื่อมสัญลักษณ์ทางเข้า หมอกแสงตาราง และแสงอุ่นระดับต่ำตามราวจับเป็นทางเดิน พร้อมเก็บความมืดในแนวต้นไม้ อีกแห่งให้เส้นเลเซอร์ตอบรูปทรงอาคารและยังมองจากนอกหน้าต่างได้หลังปิด คำถามร่วมของเก้าโครงการคือจุดใดต้องการแสงและจุดใดควรเหลือเงา ก่อนพิธีเดือนธันวาคม การอ่านผ่านคำถามนี้จะเข้าใกล้งานออกแบบมากกว่ามองรายชื่อเป็นสถานที่เที่ยวฟรีที่เข้าได้โดยไม่มีเงื่อนไข
ทางเดิน ตาราง และแสงเงาอาคารในพื้นที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เส้นเลเซอร์ของ Between the Light ที่ CMP Inspiration ตอบรับพื้นที่ภายใน