เหลืออีกเพียง 13 รอบ สามรอบที่ชิคาโก สิบรอบที่ลอนดอน สิ้นสุดในวันที่ 1 กันยายน นี่คือช่วงโค้งสุดท้ายของทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกในรอบเกือบเจ็ดปีของ Ariana Grande และยังเป็นการนับถอยหลังครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะตัดสินใจเว้นวรรคจากสายตาสาธารณะ
ตามข้อมูลที่ทีมตัวแทนของเธอเปิดเผยกับ People ระบุว่า Grande จะ "ถอยห่างจากการปรากฏตัวต่อสาธารณะ" หลังจบทัวร์ ผลกระทบที่ตามมาคือการยกเลิกแผนการแสดงร่วมกับ Jonathan Bailey คู่หูจากภาพยนตร์เรื่อง Wicked ในละครเวทีเวอร์ชันรีไววัลที่เวสต์เอนด์กรุงลอนดอนของผลงานปี 1984 เรื่อง "Sunday in the Park With George" โดย Stephen Sondheim และ James Lapine ซึ่งเธอจะไม่เข้าร่วมแสดงอีกต่อไป
เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้มาจากกระแสความกังวลของแฟนคลับที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเธอในการแสดงสดและมิวสิกวิดีโอที่ยังคงลุกลามต่อเนื่อง ทีมตัวแทนของเธอออกแถลงการณ์ระบุว่า เธอหวังว่าจะจบทัวร์นี้อย่างมีสุขภาพดีและมีความสุข พร้อมทั้งใช้โอกาสนี้ "พักผ่อนตามที่เธอสมควรได้รับ" ให้ห่างจาก "การจับตามองจากสาธารณชนอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน" แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่าทัวร์ครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่งดงามสำหรับเธอ และเธอเพลิดเพลินกับทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกับแฟนๆ
แหล่งข่าวอีกรายที่ถูกระบุว่า "สนิทสนมกับ Grande" ได้เน้นย้ำกับ People ว่าการแสดงของเธอต้องใช้พลังกายอย่างหนักมาก "ทุกคืนเธอแสดงได้อย่างมีสุขภาพดีและประสบความสำเร็จในระดับสูงมาก"
ทัวร์ครั้งนี้ครอบคลุมเพลงจากอัลบั้ม "Eternal Sunshine" ปี 2024 และ "Positions" ปี 2020 พร้อมทั้งสอดแทรกเพลงจาก "Petal" อีกหลายเพลง รวมถึง "Hate That I Made You Love Me" และ "Petal" เอง หลังจากถอนตัวจากแผนการแสดงละครเวทีแล้ว Grande ยังคงจะปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของซีรีส์ "Meet the Parents" ที่มีชื่อว่า "Focker-in-Law" ซึ่งจะเข้าฉายวันที่ 25 พฤศจิกายน นี้ นับเป็นผลงานเดียวที่ยืนยันแล้วว่าจะทำให้เธอกลับมาปรากฏตัวต่อสาธารณะอีกครั้ง






