853 ล้านดอลลาร์ ฟังดูเป็นตัวเลขที่น่าตื่นเต้น แต่พอแยกดูรายละเอียด กลับพบว่า 693 ล้านดอลลาร์มาจากบริษัทเดียว คือ IBIT ภายใต้ BlackRock เมื่อคำนวณสัดส่วนแล้ว เงินไหลเข้าครั้งนี้ที่ถูกมองว่าเป็น "การกลับมาของสถาบัน" จริงๆ แล้วเกือบ 80% มาจากผู้เล่นรายเดียว
ตามข้อมูลจาก SoSoValue สัปดาห์ที่จบวันที่ 7 สิงหาคม Bitcoin Spot ETF ของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 853 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นเงินไหลเข้าสัปดาห์เดียวมากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนเมษายนของปีนี้ ช่วงเวลานี้ก็ไม่ได้สงบนัก เพราะตลาดเพิ่งเผชิญข่าวลบจากเหตุแฮ็ก Cold Wallet ของ Coldcard บวกกับความกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้น แต่ทั้งสองปัจจัยก็ไม่สามารถกดราคา Bitcoin ลงได้ โดย Bitcoin ปรับตัวขึ้นจากระดับ 64,000 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ก่อนหน้า ไปแตะ 65,100 ดอลลาร์ ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคก็ช่วยผ่อนคลายบรรยากาศได้บ้าง ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมที่ประกาศออกมาอ่อนแอเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ตลาดคลายความกังวลเรื่องเฟด (Fed) จะขึ้นดอกเบี้ยต่อไปชั่วคราว ซึ่งสภาพแวดล้อมแบบนี้มักเอื้อต่อการไหลเข้าของเงินทุนสถาบันสู่สินทรัพย์เสี่ยง
แต่ถ้ามองภาพรวมทั้งปี เรื่องราวไม่ได้สวยงามขนาดนั้น เพราะนับตั้งแต่ต้นปี Bitcoin Spot ETF ยังคงมีเงินไหลออกสุทธิสะสมประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนแรงขายหนักในช่วงครึ่งปีแรกที่ Bitcoin เคยร่วงลงถึง 33% และหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน เงินไหลเข้า 853 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียวนี้ ยังห่างไกลจากการพลิกสถานะขาดทุนสุทธิของทั้งปี
เมื่อเทียบตัวเลขแล้วจะเห็นช่องว่างที่ชัดเจนขึ้น ในช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคม 2025 ที่ Bitcoin พุ่งจาก 75,000 ดอลลาร์ ไปแตะจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 126,000 ดอลลาร์ Spot ETF เคยมีเงินไหลเข้าสัปดาห์เดียวเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์หลายครั้ง ตัวเลข 853 ล้านดอลลาร์ครั้งนี้ยังไปไม่ถึงเกณฑ์นั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าแหล่งเงินทุนกระจุกตัวอยู่ที่ผู้ออกกองทุนรายเดียว ซึ่งบอกได้ในตัวเองว่าแรงซื้อรอบนี้ยังมีความกว้างที่จำกัดมาก
จุดสังเกตต่อไปคือข้อมูล CPI เดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันที่ 12 สิงหาคม ตัวเลขนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของตลาดเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของเฟด และจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าเงินไหลเข้ารอบนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวหรือไม่






