บิตคอยน์ร่วงลง 3.5% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 62,369 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ในวันเดียวกันนี้ ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปิดตลาดพุ่งขึ้น 17.9% สร้างสถิติเพิ่มขึ้นสูงสุดในวันเดียวของดัชนีนี้เท่าที่เคยมีมา โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เป็นทั้งตัวนำการปรับขึ้นและก่อนหน้านั้นก็เป็นตัวฉุดให้ร่วงหนักหลังแรงเทขาย สะท้อนให้เห็นว่าดัชนีนี้มีความเชื่อมโยงสูงกับวัฏจักรชิป AI และชิปหน่วยความจำระดับโลก
ปัญหาคือ แรงบวกจากตลาดเอเชียครั้งนี้ไม่ได้ส่งต่อไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยิ่งไม่ส่งผลต่อบิตคอยน์เลย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดตลาดในแดนบวกก่อนจะแกว่งตัวออกด้านข้าง เดินคนละทิศทางกับตลาดหุ้นเอเชียอย่างชัดเจน บริษัทซื้อขาย QCP Capital ระบุในรายงานว่า ในช่วงที่ KOSPI ผันผวนอย่างรุนแรง กิจกรรมการซื้อขายในตลาดคริปโตก็เพิ่มขึ้นพร้อมกัน ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความเชื่อมโยงระหว่างสภาพคล่องในตลาดคริปโต ตำแหน่งการลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาค และอารมณ์ตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกำลังลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน มีรายงานว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนพร้อมกัน ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ตามหลังการตัดสินใจคงดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ที่น่าประหลาดใจคือ แม้จะร่วงลงในช่วงท้าย แต่บิตคอยน์ในเดือนกรกฎาคมนี้ยังคงปรับตัวขึ้น 8.5% ซึ่งข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่าเป็นเดือนกรกฎาคมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา เทรดเดอร์เดิมคาดหวังว่าแรงบวกนี้จะต่อเนื่องไปถึงเดือนสิงหาคม โดยเดินตามรูปแบบตลาดหมีในปี 2022 ก่อนจะไปแตะจุดต่ำสุดระยะยาวในที่สุด นักวิเคราะห์ Rekt Capital เขียนไว้บน X เมื่อวันศุกร์ว่า ราคาอาจยังคงยืนอยู่เหนือแนวสูงในช่วงต้นเดือนสิงหาคม "แต่ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ราคาอาจกลับตัวลงเหมือนที่เกิดขึ้นในปี 2022 ได้ในเวลาต่อมา"
เขายังชี้ให้เห็นว่า เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 50 เดือน (50-month EMA) ของบิตคอยน์อยู่ที่ระดับ 65,820 ดอลลาร์ในขณะนี้ ซึ่งราคาได้พยายามทะลุขึ้นไปแล้วถึงสองครั้งตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนแต่ไม่สำเร็จ ทำให้ระดับนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวต้านต่อไป









