GameCube ปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 แล้ว เกมอย่าง The Legend of Zelda: The Wind Waker หรือ Metroid Prime เอามาเล่นตอนนี้ก็ยังสนุกไม่เปลี่ยน แม้แต่ Resident Evil 4 เวอร์ชัน GameCube ก็ยังทำได้ดีกว่าเวอร์ชัน PS2 ด้วยซ้ำ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเกม แต่อยู่ที่ฮาร์ดแวร์ เพราะเครื่องนี้ถูกออกแบบมาสำหรับทีวีจอ CRT แบบอนาล็อก ขณะที่ทีวี LCD หรือ OLED ในปี 2026 ก็ไม่มีพอร์ตอนาล็อกให้เสียบกันแล้ว ข่าวดีคือ GameCube ยังใหม่พอที่จะต่อเข้าทีวีสมัยใหม่ได้โดยไม่ต้องยุ่งยากมาก แต่มีเงื่อนไขว่าเครื่องที่คุณมีอยู่ในมือต้องเป็น "รุ่นที่ใช่"
Nintendo วางจำหน่าย GameCube ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2001 และเคยปรับปรุงฮาร์ดแวร์ครั้งหนึ่งก่อนเลิกผลิตในช่วงต้นปี 2007 เพื่อลดต้นทุน การปรับปรุงครั้งนี้ตัดจุดสำคัญออกไปหนึ่งจุด นั่นคือช่อง Digital AV Out ซึ่งเดิมทีช่องนี้ทำให้ GameCube สามารถส่งสัญญาณ 480p ผ่านสายคอมโพเนนต์ที่ต้องซื้อแยกต่างหาก และปัจจุบันก็เป็นจุดเชื่อมต่อที่ตัวแปลงสัญญาณ HDMI หลายยี่ห้อใช้ร่วมกัน รุ่นที่มีช่องนี้คือ DOL-001 ส่วนรุ่นที่ไม่มีคือ DOL-101 ความยากง่ายในการต่อเข้าทีวีของทั้งสองรุ่นจึงต่างกันโดยสิ้นเชิง
เช็กก่อนว่าเครื่องที่มีคือ DOL-001 หรือไม่
วิธีตรวจสอบง่ายมาก ดูที่ด้านหลังเครื่อง ถ้ามีช่อง AV สองชุด และชุดหนึ่งเขียนว่า "Digital AV Out" นั่นคือรุ่น DOL-001 หรือจะพลิกดูฉลากที่ก้นเครื่องก็ได้ ถ้าขึ้นต้นด้วย DOL-001 ก็ใช่แน่นอน
เมื่อยืนยันแล้วว่าเป็น DOL-001 ก็แค่ซื้อตัวแปลงสัญญาณมาต่อกับสาย HDMI ก็ใช้งานได้เลย ในท้องตลาดมีของราคาถูกให้เลือกเยอะ แต่ที่แนะนำคือ Retro-Bit Prism HD Adapter ซึ่งเช่นเดียวกับตัวแปลงสัญญาณ GameCube HDMI ส่วนใหญ่ที่ทำงานด้วยซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สชื่อ GC Video แต่จุดต่างของ Prism คือมีช่อง USB-C ในตัว ทำให้อัปเดตเฟิร์มแวร์ได้โดยไม่ต้องแกะเครื่อง อีกสองตัวเลือกคือ Carby จาก Insurrection Industries หรือถ้าอยากประหยัดกว่านั้นก็ลองดูสินค้าจาก Bitfunx ทั้งสามรุ่นมีรีโมทมาให้ สามารถเรียกเมนูตั้งค่าของ GC Video ขึ้นมาปรับความละเอียดได้ แต่ก็แล้วแต่รุ่นตัวแปลงสัญญาณ บางรุ่นต้องเตรียมสาย HDMI เองต่างหาก











