ถ้าดูแค่พาดหัว รายได้ปรับปรุงแล้วไตรมาส 2 ที่ 508 ล้านดอลลาร์ เติบโต 17% เมื่อเทียบปีต่อปี ก็ถือเป็นผลงานที่สวยงาม แต่พอนำตัวเลขทั้งสามมาวางเทียบกัน เรื่องราวถึงจะเริ่มน่าสนใจ นั่นคือปริมาณการซื้อขายของ Payward บริษัทแม่ของ Kraken ในไตรมาสเดียวกันกลับลดลง 13% เหลือ 3.1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งตามทฤษฎีแล้วควรเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนรายได้โดยตรง แต่กลับเหยียบเบรก
รายได้ไม่ได้ไหลลงตามไปด้วย กลับพุ่งขึ้นสวนทาง สิ่งที่ค้ำยันเส้นกราฟนี้ไว้จริง ๆ คือตัวเลขอีกชุดหนึ่ง นั่นคือจำนวนบัญชีที่ฝากเงินเข้ามาแล้วเติบโต 42% แตะ 6.6 ล้านบัญชี พูดง่าย ๆ คือไตรมาสนี้มีคนโอนเงินเข้าบัญชีจริงมากขึ้น แต่กิจกรรมการซื้อขายโดยรวมบนแพลตฟอร์มกลับลดลง
ชุดตัวเลขนี้ควรอ่านไปพร้อมกัน ไม่ใช่แยกอ่านเป็นสามข่าวผลประกอบการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงสะท้อนว่าอารมณ์ตลาดหรือความถี่ในการสั่งซื้อขายของผู้ใช้แต่ละรายกำลังหดตัว ขณะที่จำนวนบัญชีที่ฝากเงินเข้ามาแล้วพุ่งขึ้นมาก สะท้อนว่าฐานผู้ใช้กำลังขยายตัวอยู่จริง เมื่อสองสิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน แต่รายได้ยังโตขึ้นได้ถึง 17% ก็แสดงให้เห็นว่าแหล่งรายได้ที่หนุนผลประกอบการนี้ไม่ได้มาจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายล้วน ๆ
ข้อมูลที่ Payward เปิดเผยต่อสาธารณะในตอนนี้มีเพียงตัวเลขสามตัวนี้เท่านั้น คือ รายได้ปรับปรุงแล้ว 508 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, จำนวนบัญชีที่เติมเงินแล้ว 6.6 ล้านบัญชี และปริมาณการซื้อขาย 3.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราการเปลี่ยนแปลงรายปีหรือรายไตรมาสของทั้งสามตัวเลขอยู่ที่ 17%, 42% และ -13% ตามลำดับ ส่วนรายได้นี้มาจากสายธุรกิจไหนบ้าง หรือการเติบโตมาจากผลิตภัณฑ์ตัวไหนเป็นหลัก ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่ได้แจกแจงเพิ่มเติม ตอนนี้จึงบอกได้แค่นี้ก่อน






