แว่นอัจฉริยะ Ray-Ban Meta มีฉายาที่ไม่ค่อยดีในโลกออนไลน์ นั่นคือ "pervert glasses" แว่นรุ่นนี้ที่เปิดตัวในปี 2023 จากความร่วมมือกับ EssilorLuxottica ช่วยให้ผู้สวมใส่ถาม AI ว่า "นี่คืออะไร" จากภาพตรงหน้าได้ทันที จึงถูกบางคนนำไปใช้แอบถ่ายคนที่เดินผ่านไปมา ล่าสุด Meta Platforms Technologies หน่วยงานที่ดูแลการวิจัยและสิทธิบัตรฮาร์ดแวร์ในเครือ Meta ได้เปิดเผยสิทธิบัตรใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าแว่นตัวนี้กำลังจะก้าวไปไกลกว่าแค่ "บันทึกสิ่งที่คุณเห็น" มาก
สิทธิบัตรนี้อธิบายกระบวนการทำงาน 4 ขั้นตอน เริ่มจากกล้องจับภาพแบบเรียลไทม์หรือภาพที่บันทึกไว้ จากนั้นส่งต่อให้ชั้นการจดจำใบหน้าสแกน เพื่อระบุให้ได้ว่าในภาพนั้น "เป็นใครกันแน่" ไม่ใช่แค่ "มีคนอยู่" จากนั้นอีกชั้นหนึ่งจะตรวจจับพฤติกรรมของคนเหล่านั้น เช่น การหยิบของขึ้นมา การเดินออกจากห้อง หรือการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม สุดท้ายระบบจะรวบรวมผลการระบุตัวตนทั้งหมดมาจัดเก็บเป็นไฟล์สื่อแยกเป็นช่วงๆ โดยแต่ละช่วงจะระบุตัวบุคคล การกระทำ หรือทั้งสองอย่าง
สิ่งที่ทำให้สิทธิบัตรนี้ก้าวข้ามขอบเขตของ "กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ" อย่างแท้จริง คือส่วนติดต่อผู้ช่วยของมัน ภาพประกอบในสิทธิบัตรแสดงให้เห็นว่าผู้ใช้สามารถถามคำถามด้วยภาษาธรรมชาติผ่านมือถือหรืออุปกรณ์สวมศีรษะได้ โดยระบบจะประกอบคำตอบขึ้นมาจากช่วงคลิปที่ถูกแท็กไว้แล้วโดยตรง แทนที่จะต้องให้คุณย้อนกลับไปค้นหาภาพเอง ในภาพยังแสดงกระบวนการประมวลผลทั้งฝั่งเซิร์ฟเวอร์และฝั่งอุปกรณ์ โดยโมดูลประมวลผลภาษาธรรมชาติเชื่อมต่อกับ "ตัวสร้างคลิป" นี้

ประเด็นที่ถกเถียงกันไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีเอง แต่อยู่ที่ระบบนี้สามารถระบุตัวตนและบันทึกใบหน้าของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าตัวเลย นี่คือข้อกังวลที่วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตสหรัฐฯ เคยตั้งคำถามกับ Meta ตอนที่ซักไซ้เรื่องแว่นอัจฉริยะมาก่อนแล้วว่า ระบบจดจำใบหน้าแบบเรียลไทม์อาจทำให้ผู้คนตกอยู่ในความเสี่ยงถูกสะกดรอยตามหรือคุกคามได้ ยิ่งไปกว่านั้น แว่น Ray-Ban Meta ก็เคยมีข่าวฉาวมาแล้วว่าผู้สวมใส่แอบถ่ายคนแปลกหน้าในที่สาธารณะ แถมยังมีผู้รับเหมาภายนอกที่เคยเข้าไปตรวจสอบภาพส่วนตัวเหล่านั้นด้วย หากความสามารถ "จำคนได้" นี้ถูกนำมาใช้จริง แว่นกล้องที่สามารถเรียกชื่อคนแปลกหน้าได้ทันทีนี้ จะยิ่งทำให้คำกล่าวอ้างของ Meta ที่ว่าเป็น "ผู้ช่วยแสนรู้ใจ" กับสิ่งที่เทคโนโลยีทำได้จริงๆ นั้น ห่างกันมากขึ้นไปอีก
ขณะนี้สถานะของสิทธิบัตรฉบับนี้คือ "Ready for Examination" ยังไม่ได้รับการอนุมัติ โดย Patentlyze ประเมินโอกาสที่จะผ่านการอนุมัติไว้ในระดับปานกลาง การเปิดเผยสิทธิบัตรเป็นเพียงการบันทึกไอเดียไว้เท่านั้น ยังอีกไกลกว่าจะพัฒนาเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริง หรือกระทั่งวางขายจริงในตลาด






