การเลือกเหมืองหินอ่อน Carrara ในอิตาลีเป็นสนามทดสอบขั้นสุดท้าย คือจุดที่น่าสนใจที่สุดของรถคันนี้ เส้นทางพิชิตยอดเขา Gioia Peak ที่ Range Rover Sport Electric รุ่นใหม่ล่าสุดต้องเผชิญ มีพื้นผิวสลับไปมาระหว่างหินอ่อนขัดมันกับชั้นฝุ่นละเอียดหนา ความชันสูงสุดถึง 45 องศา สำหรับ SUV สมรรถนะสูงที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน นี่ไม่ใช่สนามโชว์ตัวธรรมดา แต่คือบททดสอบที่ไม่มีทางถอยกลับ

นี่คือครั้งแรกที่ Range Rover Sport เปิดตัวระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน และเป็นวิธีที่แบรนด์เลือกใช้ในการฉลองพัฒนาการของรุ่นรถที่ยาวนานกว่า 20 ปี มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลังรวมสูงสุด 260kW แรงม้าสูงสุด 550PS แรงบิดสูงสุดถึง 850Nm ถือเป็นสถิติสูงสุดเท่าที่เคยมีมาของตระกูล Range Rover Sport เมื่อเปิดใช้งานโหมด Dynamic Launch Mode รถสามารถเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้เร็วที่สุดเพียง 4.5 วินาที ทางแบรนด์ระบุว่าสมรรถนะนี้เทียบเท่ากับ Range Rover Sport รุ่นที่ติดตั้งเครื่องยนต์ P540 V8

การปรับแต่งช่วงล่างคือกุญแจสำคัญที่ทำให้รถคันนี้แตกต่างจาก Range Rover รุ่นไฟฟ้าล้วนอื่นๆ เมื่อเทียบกับรุ่น Range Rover Sport PHEV โครงสร้างตัวถังมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 61% จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง 73 มม. ผสานกับระบบควบคุมพลศาสตร์อัจฉริยะ Adaptive Dynamics 2 ที่ตรวจจับพารามิเตอร์การเคลื่อนไหวของรถถึง 100 รายการ ด้วยความถี่ 500 ครั้งต่อวินาที พร้อมระบบควบคุมการเอียงตัวแบบแอคทีฟ Electronic Active Roll Control ที่สามารถออกแรงสูงสุดถึง 1,400Nm แยกอิสระที่เพลาหน้าและหลัง ส่วนระบบพวงมาลัยเลี้ยวสี่ล้อ ช่วยให้รถสามารถเลี้ยวหักศอกต่อเนื่องในเส้นทางแคบๆ ของเหมืองหินโดยไม่ต้องถอยรถ ซึ่งเป็นฉากที่ทางแบรนด์หยิบยกขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อสะท้อนความคล่องตัวในการควบคุมรถ

Matt Becker ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ของ Range Rover กล่าวว่า "โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งขึ้นและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง ผสานกับการควบคุมแรงบิดที่แม่นยำและเทคโนโลยีช่วงล่างขั้นสูง ทำให้รถตอบสนองไวขึ้น คล่องตัวมากขึ้น และให้ความมั่นใจในการขับขี่สูงขึ้น มันมอบสัมผัสการขับขี่ที่กระชับ มั่นคง และฉับไวเกินคาด โดยไม่สูญเสียความเงียบสงบ ความสบาย ความหรูหรา และความสามารถรอบด้านอันเป็นเอกลักษณ์ของ Range Rover"










