หน่วยงานรัฐบาลที่ใช้ชื่อว่า "Super Intelligence Force" ฟังดูเหมือนแผนกย่อยในหนังมาร์เวล แต่นี่คือโครงสร้างจริงที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศด้วยตัวเองผ่าน Truth Social เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีคนถูกแต่งตั้งให้รับผิดชอบจริง ๆ
ทรัมป์ระบุว่าภารกิจของหน่วยนี้คือ "ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลกลาง เพื่อให้แน่ใจว่าสหรัฐฯ จะยังคงเป็นผู้นำโลกด้านซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ต่อไป" ตามคำกล่าวของเขา ทีมนี้จะร่วมงานกับผู้บริโภค องค์กรการกุศล กลุ่มศาสนา ผู้ประกอบการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "บริษัทซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์" ส่วนผู้นำที่ได้รับเลือกคือ Jay Clayton ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติคนปัจจุบัน ซึ่งการแต่งตั้งครั้งนี้ก็น่าคิดอยู่ไม่น้อย เพราะคนที่จะมากำหนดทิศทางนโยบาย AI ทั้งประเทศ กลับมาจากสายข่าวกรอง ไม่ใช่ซิลิคอนวัลเลย์
ตามรายงานของ The Wall Street Journal หน่วยนี้ได้รับมอบหมายภารกิจแรกแล้ว นั่นคือการจัดทำรายงานเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสของ AI ให้เสร็จภายใน 120 วัน ร่วมทีมกับ Clayton ยังมีอีกสามคน ได้แก่ Andrew Ferguson ประธานคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC), Emil Michael รองปลัดกระทรวงกลาโหมฝ่ายวิจัยและวิศวกรรม ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีด้วย และ Scott Kupor ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงานบุคคล ทีมนี้ต้องรายงานความคืบหน้าโดยตรงต่อทรัมป์และ Susie Wiles หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวของเขา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ลงมือเรื่องการตั้งชื่อ AI เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เขาเพิ่งประกาศจะตั้งหน่วยงานอีกแห่งชื่อ "AI Force" พร้อมกันนั้นยังเปิดโพลโหวตบน Truth Social ถามผู้สนับสนุนว่าควรเปลี่ยนคำว่า "artificial intelligence" หรือไม่ ตอนนี้ที่ Super Intelligence Force เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก็เหมือนเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากโพลเปลี่ยนชื่อครั้งนั้นนั่นเอง เพราะแทนที่จะเป็นแผนงานด้านเทคนิค ประกาศนี้ดูเหมือนจะเป็นการตกลงเรื่องคำศัพท์ก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องการกำกับดูแลทีหลัง
ช่วงเวลาที่ส่งรายงานออกมาก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตอนนี้มีซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีหลายรายออกมาเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ลง ส่วนรายงานประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่จะออกมาใน 120 วันข้างหน้านี้จะเขียนว่าอย่างไร จะตอบรับเสียงเรียกร้องให้ชะลอตัวเหล่านั้นหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเปิดเผยออกมา