เมื่อสามเดือนก่อน DeepSeek เพิ่งประกาศต่อสาธารณะว่าจะ "เปลี่ยนสถานะ" ราคาโปรโมชั่นให้กลายเป็นราคาป้ายถาวร ผ่านไปสามเดือน ราคาป้ายกลับพุ่งขึ้น 4 เท่า

DeepSeek ประกาศว่าพร้อมกับการเปิดตัวโมเดลใหม่ V4 Pro ราคา API จะปรับใหม่ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมเป็นต้นไป และเป็นครั้งแรกที่นำระบบคิดค่าบริการสองช่วง คือช่วงพีคและนอกพีคมาใช้ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อ "จัดสรรทรัพยากรให้สมเหตุสมผลมากขึ้น" ยกตัวอย่าง V4 Pro ในช่วงพีคจะคิดค่าบริการ 3.96 ดอลลาร์สหรัฐต่อ output token 1 ล้านตัว ซึ่งมากกว่าราคาปัจจุบันที่ 0.87 ดอลลาร์สหรัฐถึง 4 เท่ากว่า ส่วนช่วงนอกพีคจะอยู่ที่ครึ่งหนึ่งของราคาช่วงพีค คือ 1.98 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่โมเดล V4 Flash ซึ่งเป็นรุ่นที่เบากว่าก็ปรับราคาพร้อมกัน โดยช่วงพีคจะขึ้นจาก 0.28 ดอลลาร์สหรัฐเป็น 1.32 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนช่วงนอกพีคอยู่ที่ 0.66 ดอลลาร์สหรัฐ

การขึ้นราคาครั้งนี้ดูกะทันหันเป็นพิเศษ เพราะราคาถูกที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเดิมทีก็ชูจุดขายว่าเป็น "โปรโมชั่นจำกัดเวลา" ซึ่งกำหนดสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม ตอนนั้น DeepSeek ประกาศต่อสาธารณะว่าจะเปลี่ยนราคาส่วนลดให้กลายเป็นราคาป้ายอย่างเป็นทางการโดยตรง เท่ากับเขียนคำว่า "ราคาถูก" ลงไปในคำมั่นสัญญาระยะยาวเลยทีเดียว แต่ตอนนี้คำมั่นสัญญานี้ไม่เป็นจริง สิ่งที่ได้กลับมาคือตารางราคาใหม่ที่ช่วงพีคขึ้น 4 เท่า

แม้จะปรับขึ้นถึง 4 เท่า แต่ DeepSeek V4 ซีรีส์ก็ยังไม่ถือว่าแพงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในวงการ Kimi K3 จากบริษัท Moonshot ของจีน คิดค่าบริการ 15 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน output token ส่วน GPT-5.6 Sol โมเดลเรือธงของ OpenAI สูงถึง 30 ดอลลาร์เลยทีเดียว ตัวเดียวที่ยังถูกกว่าราคาช่วงพีคของ DeepSeek V4 Flash คือ GPT-5.6 Luna รุ่นประหยัดของ OpenAI ที่คิดเพียง 1.2 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน output token

พูดง่ายๆ คือ กลยุทธ์ตีตลาดด้วยราคาถูกของ DeepSeek ยังคงอยู่ เพียงแต่นิยามของคำว่า "ถูก" กำลังถูกปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ราคาใหม่จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคมเป็นต้นไป ส่วนช่วงเวลาพีคและช่วงเวลาปกติที่ชัดเจนนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้