เอาตัวเลข 348 ดวงไปเทียบกับ Starlink ที่ปฏิบัติการอยู่แล้วกว่าหมื่นดวง ตัวเลขนี้ดูเหมือนเรื่องตลกไปเลย แต่นี่แหละคือกุญแจสำคัญในการเข้าใจ IRIS² มันไม่เคยตั้งใจจะแข่งขนาดกับ Starlink ตั้งแต่แรก
ต้นเดือนสิงหาคม คณะกรรมาธิการยุโรปได้ลงนามข้อตกลงดำเนินการร่วมกับผู้ผลิตยุโรป องค์การอวกาศยุโรป (ESA) และพันธมิตรอื่น ๆ ทำให้โครงการที่เริ่มเจรจามาตั้งแต่เดือนมกราคมนี้หลุดออกจากขั้นตอนวางแผนอย่างเป็นทางการ เข้าสู่การดำเนินการเต็มรูปแบบ การเจรจาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาได้กำหนดรายละเอียดการออกแบบดาวเทียม ขั้นตอนเตรียมการก่อสร้างดาวเทียมจริง การจัดวางโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินและบริการปล่อยจรวด รวมถึงกำหนดราคาเป้าหมายและสัดส่วนการลงทุนของภาคเอกชนให้ชัดเจนแล้ว
ผู้ผลิตตกลงส่งมอบดาวเทียมมากกว่าที่วางแผนไว้เดิม โดยขนาดของกลุ่มดาวเทียมเพิ่มขึ้นอีก 66 ดวงจากแผนเดิม รวมเป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำทั้งหมด 348 ดวง ตามข้อมูลของ ESA ส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยเพิ่มความจุการสื่อสารที่ปลอดภัยสำหรับรัฐบาลภายใน EU ได้ถึง 60% และหากมองในระดับทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 54% พร้อมทั้งเสริมความสามารถของยุโรปในการปฏิบัติภารกิจสำคัญยามเกิดวิกฤต ดาวเทียมชุดแรกมีกำหนดปล่อยในปี 2029 และบริการจะเริ่มเปิดใช้งานทีละขั้นตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นไป
ต่างจาก Starlink ที่เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างเครือข่ายบรอดแบนด์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ตั้งแต่แรก แกนหลักของ IRIS² คือการให้ผู้ใช้งานภาครัฐของ EU และประเทศที่เข้าร่วมอย่างนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ มีช่องทางเชื่อมต่อที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ — การรับมือเหตุฉุกเฉิน การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การเฝ้าระวังชายแดน ล้วนเป็นสถานการณ์ใช้งานที่ชัดเจน ส่วนคำถามว่าภาคธุรกิจทั่วไปและประชาชนจะได้ใช้หรือไม่ คำตอบคือมีแน่นอน แต่จำกัดอยู่ในพื้นที่ที่เครือข่ายแบบดั้งเดิมเข้าไม่ถึงหรือไม่มั่นคง และเป็นเรื่องของ "อนาคต" ไม่ใช่จุดโฟกัสในตอนนี้
พูดอีกอย่างคือ นี่ไม่ใช่การแข่งขันเชิงพาณิชย์ แต่เป็นการที่ EU ซื้อกรมธรรม์ประกันความมั่นคงด้านการสื่อสารให้กับตัวเอง ข้อมูลที่มีในขณะนี้ยังไม่ได้ระบุจำนวนเงินลงทุนและตัวเลขราคาที่แน่ชัด รายละเอียดต้นทุนจริงยังต้องรอการเปิดเผยจากทางการต่อไป






