กฎหมายที่เดิมตั้งใจจะปกป้องเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี สุดท้ายมาติดปัญหาทางเทคนิคข้อเดียว คือจะพิสูจน์อายุคนคนหนึ่งได้อย่างไร โดยไม่ต้องบังคับให้ทุกคนต้องยื่นหลักฐานยืนยันตัวตน
องค์กรตุลาการสูงสุดของฝรั่งเศส "คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ" (Conseil constitutionnel) ได้ตีตกกฎหมายที่ผ่านสภาไปเมื่อเดือนก่อน ซึ่งเดิมจะทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ออกกฎห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ เหตุผลของคณะตุลาการไม่ใช่การคัดค้านตัวข้อห้ามเอง แต่เป็นเพราะกฎหมายไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะยืนยันอายุกันอย่างไร คำวินิจฉัยระบุตรงไปตรงมาว่า การห้ามผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้บริการออนไลน์บางประเภท เท่ากับเป็นการบังคับโดยปริยายให้ "ทุกคน รวมถึงผู้ใหญ่" ต้องพิสูจน์อายุของตนก่อนใช้งาน แต่กฎหมายกลับไม่ได้กำหนดเงื่อนไขและข้อจำกัดของการยืนยันตัวตนไว้ เท่ากับว่าไม่มีหลักประกันทางกฎหมายที่เพียงพอ
เรื่องนี้ไม่ได้จบง่ายๆ แค่ว่า "พอการยืนยันอายุมีปัญหา กฎหมายทั้งฉบับก็เป็นโมฆะ" ประธานาธิบดีมาครงได้สั่งให้นายกรัฐมนตรี เซบาสเตียง เลอกอร์นู (Sebastien Lecornu) เขียนกฎหมายฉบับนี้ขึ้นใหม่ตามความเห็นของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มาครงโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม มีเนื้อความโดยสรุปว่า สิ่งที่เขาให้สัญญาไว้ได้ผ่านการลงมติแล้ว คือห้ามผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลมีเดียตั้งแต่ช่วงเปิดเทอม ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่อจากนี้ก็ต้องรอดูคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ และหลังจากนั้นจะต้องทำให้มาตรการนี้เกิดขึ้นจริงเพื่อปกป้องเด็กๆ พูดอีกอย่างคือ กฎหมายถูกระงับไว้ชั่วคราว แต่จุดยืนของประธานาธิบดีไม่ได้เปลี่ยนไป
เมื่อมองเรื่องนี้ในภาพใหญ่ขึ้น ฝรั่งเศสไม่ใช่ประเทศแรกและจะไม่ใช่ประเทศสุดท้ายที่ต้องรับมือกับประเด็นนี้ ออสเตรเลียได้บังคับใช้กฎห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, TikTok, Twitch และ YouTube ไปแล้ว แต่กฎหมายนี้กำลังเผชิญการท้าทายทางกฎหมายจากบริษัทโซเชียลมีเดีย และมีงานวิจัยชี้ว่าเด็กๆ ก็ยังหาทางเข้าใช้งานได้อยู่ดี ส่วนเดนมาร์กมีกฎหมายลักษณะเดียวกันที่ว่ากันว่าใกล้จะผ่านแล้ว ขณะที่อังกฤษก็กำลังประเมินแนวทางของตัวเองอยู่เช่นกัน ฝั่งอเมริกาเหนือ หน่วยงานกำกับดูแลของแคนาดาเสนอร่างกฎหมายห้ามผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ส่วนสหรัฐฯ ก็มีหลายรัฐที่เสนอกฎเกณฑ์จำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของผู้เยาว์ แต่ส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีให้ผู้ปกครองต้องยินยอม แทนที่จะห้ามใช้โดยตรง
ความพ่ายแพ้ของฝรั่งเศสในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาร่วมกันของกฎหมายลักษณะนี้ นั่นคือจะทำอย่างไรให้กันเฉพาะผู้เยาว์ออกไปได้ โดยไม่ต้องสร้างระบบตรวจสอบอายุสำหรับประชาชนทั้งหมด คำถามนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน และร่างกฎหมายฉบับต่อไปของฝรั่งเศสจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ก็ยังไม่มีการเปิดเผยในตอนนี้






