วันที่ 23 พฤษภาคม 2015 ณ โบสถ์ St John at Hackney ย่าน Hackney กรุงลอนดอน Jon Hassell ร่วมแสดงในรูปแบบสามชิ้นกับ Rick Cox และ John von Seggern ไม่มีใครในวันนั้นรู้ว่านี่คือเหตุการณ์พิเศษ แต่มันกลับกลายเป็นการขึ้นแสดงสดครั้งสุดท้ายในชีวิตของ Hassell
สิบปีให้หลัง การแสดงครั้งนั้นได้ถูกนำมาเผยแพร่ในรูปแบบอัลบั้ม โดย Ndeya ค่ายเพลงที่ Hassell ก่อตั้งไว้ก่อนเสียชีวิต ประกาศว่าจะวางจำหน่ายอัลบั้ม《Music Is Invisible (Pentimento Volume Three)》ในวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งถือเป็นผลงานใหม่ชิ้นแรกของ Hassell นับตั้งแต่เขาเสียชีวิตในปี 2021 และยังเป็นการปิดท้ายไตรภาคสุดท้ายของเขา ต่อจากสองอัลบั้มก่อนหน้าคือ《Listening to Pictures》ปี 2018 และ《Seeing Through Sound》ปี 2020
อัลบั้มนี้ประกอบด้วย 4 เพลง ได้แก่ 〈Blue Ba-Ya〉, 〈Club Gris-Gris〉, 〈Broadway Boogie-Woogie〉และ〈Electric Forest〉 ตัดต่อและมิกซ์เสียงโดย Jeff Rona ซึ่งเกินกว่าวิธีการทั่วไปของอัลบั้มแสดงสดที่มักบันทึกตรงจากซาวด์บอร์ด แต่เป็นการปรับแต่งแทร็กเสียงใหม่อย่างพิถีพิถัน ตามข่าวประชาสัมพันธ์จากค่ายเพลงระบุว่า อัลบั้มนี้มีการนำธีม โมทีฟ และวลีดนตรีจากสองอัลบั้มก่อนหน้ามาแปรผันซ้ำ ซึ่งสอดคล้องกับความหมายดั้งเดิมของคำว่า "Pentimento" นั่นคือ ภาพวาดที่ร่องรอยและลายเส้นเก่าถูกทับซ้อนไว้ แต่ยังคงปรากฏให้เห็นลางๆ นี่คือวิธีที่ Hassell ใช้จัดการกับดนตรีของตัวเองในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ ด้วยการปรับแก้ ทับซ้อน และย้อนกลับไปทบทวนผลงานเก่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
Hassell เสียชีวิตอย่างสงบด้วยปัญหาสุขภาพเรื้อรังเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2021 ขณะอายุ 84 ปี นอกจากบทบาทนักแต่งเพลงแล้ว เขายังทิ้งร่องรอยไว้ในวงการเพลงด้วยแนวคิดสุนทรียศาสตร์ "โลกที่สี่" (Fourth World) ซึ่งเขาให้คำนิยามว่าเป็น "เสียงที่รวมเอาความดั้งเดิมกับอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน ผสมผสานสไตล์ดนตรีชาติพันธุ์จากทั่วโลกเข้ากับเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัย" อัลบั้ม《Vernal Equinox》ของเขาในปี 1977 ยังคงถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในอัลบั้มแอมเบียนต์ที่ดีที่สุดตลอดกาลจนถึงทุกวันนี้
อัลบั้ม《Music Is Invisible (Pentimento Volume Three)》ตอนนี้เปิดเผยแค่ท่อนซิงเกิล〈Blue Ya-Ya〉กับคลิปการแสดงสดขาวดำหนึ่งคลิปเท่านั้น ส่วนอัลบั้มเต็มจะเปิดให้พรีออเดอร์ผ่านช่องทางต่างๆ อย่าง Rough Trade






