ในปี 1982 กลุ่มพนักงานบริการทางเพศได้เข้ายึดครองโบสถ์แห่งหนึ่งใกล้ King's Cross นานถึง 12 วัน เพื่อประท้วงการคุกคามจากตำรวจ ผ่านไปกว่า 40 ปี Anthropic ได้เช่าพื้นที่สำนักงานขนาดราว 158,000 ตารางฟุตในย่านเดียวกัน รองรับพนักงานได้ถึง 800 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนพนักงานปัจจุบันของบริษัทในลอนดอนถึง 4 เท่า ตัวเลขทั้งสองนี้เมื่อนำมาวางเทียบกัน คือคำอธิบายที่ตรงไปตรงมาที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในย่าน King's Cross ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

ที่นี่เคยเป็นมุมมืดที่ฉาวโฉ่ที่สุดแห่งหนึ่งของลอนดอน เต็มไปด้วยการค้าโคเคนและเฮโรอีนในยุค 80 จุดเปลี่ยนที่แท้จริงเกิดขึ้นในปี 2016 เมื่อ DeepMind ซึ่งเพิ่งถูก Google ซื้อกิจการไปไม่นาน เลือกปักหลักที่นี่ Hussein Kanji นักลงทุนจาก Hoxton Ventures ที่ย้ายมาอยู่แถวนี้ตั้งแต่ปี 2005 บรรยายว่า King's Cross ในวันนี้คือ "แหล่งบ่มเพาะ AI ของสหราชอาณาจักร" หลัง DeepMind เข้ามาปักหลัก สตาร์ทอัพก็ทยอยตามเข้ามาไม่ขาดสาย ภายในระยะไม่กี่ช่วงถนนมี OpenAI, Meta, บริษัทวิจัยยา Isomorphic Labs, สตาร์ทอัพด้านวัสดุศาสตร์ Cusp AI เข้ามาตั้งอยู่ ส่วนที่ไกลออกไปหน่อยก็มี Synthesia และ Anthropic เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทั้ง OpenAI และ Anthropic ต่างประกาศเปิดฐานที่ตั้งใหม่ที่นี่ โดย Anthropic ถึงกับระบุว่าลอนดอนคือ "ศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดนอกสหรัฐฯ" ของบริษัท

ค่าเช่าพุ่งเกือบ 18% ใน 3 ปี อัตราว่างเหลือแค่ 0.9%

ปรากฏการณ์การรวมกลุ่มนี้สะท้อนออกมาผ่านสัญญาเช่าเป็นอันดับแรก ข้อมูลจากบริษัทนายหน้า Knight Frank ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้เช่าพื้นที่สำนักงานในลอนดอนไปแล้วกว่า 1 ล้านตารางฟุต ค่าเช่าระดับพรีเมียมในย่าน King's Cross พุ่งขึ้นถึง 18% ในรอบ 3 ปี ขณะที่อัตราพื้นที่ว่างของสำนักงานแบบดั้งเดิมเหลือเพียง 0.9% Chris Dunn นักวิเคราะห์ธุรกิจของบริษัทกล่าวตรงไปตรงมาว่า "ความต้องการได้แซงหน้าอุปทานไปไกลมากแล้ว"

เงินทุนก็ไหลเข้ามาในทิศทางเดียวกัน ข้อมูลจาก Dealroom ระบุว่า ปัจจุบันลอนดอนมีสตาร์ทอัพด้าน AI ราว 3,600 แห่ง และตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา ระดมทุนไปแล้วรวม 14,800 ล้านดอลลาร์ โดย 12,100 ล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่บริษัท AI โดยตรง คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% Nik Sharma ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพ BioCorteX กล่าวว่า "บริษัทระดับไฮเปอร์สเกลจำนวนมากกำลังเข้ามาปักหลักที่นี่"

สงครามค่าจ้าง: สตาร์ทอัพท้องถิ่นจะสู้กับตัวเลข 630,000 ปอนด์ได้อย่างไร

แต่การเข้ามาของบริษัทยักษ์ใหญ่ก็สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดแรงงานเช่นกัน วิศวกรวิจัยด้าน Machine Learning ของ Anthropic มีเงินเดือนอยู่ระหว่าง 260,000 ถึง 630,000 ปอนด์ต่อปี ขณะที่ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านบุคลากร Robert Half ระบุว่า ตำแหน่งงานลักษณะเดียวกันในลอนดอนมีเงินเดือนเฉลี่ยเพียงราว 102,000 ปอนด์ ส่วนต่างที่ห่างกันหลายเท่าตัวนี้ทำให้สตาร์ทอัพท้องถิ่นแทบไม่มีทางแข่งขันด้านราคาได้เลย Laura Gonzalez Florez ประธานฝ่ายบุคคลของ Synthesia แก้ปัญหาด้วยการมองหาคนนอกลอนดอน โดยระบุว่า "การร่วมงานกับบุคลากรจากที่ต่างๆ ตั้งแต่สโลวีเนียไปจนถึงโปรตุเกส ไม่มีอุปสรรคใดๆ เลย" ขณะเดียวกันตัวลอนดอนเองก็มีจุดแข็งคือ "อยู่ใกล้สนามบิน และใกล้กับนักลงทุนมากด้วย"

ส่วนต่างของค่าจ้างยังก่อให้เกิดความกังวลในวงกว้างขึ้นไปอีก Saul Klein ผู้ร่วมก่อตั้ง Phoenix Court Ventures กล่าวตรงๆ ว่า "เราควรจะเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองให้ได้แล้ว" ขณะที่ Robin Klein ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนเรียกสถานการณ์นี้ว่า "สัญญาณเตือนที่แหลมคมแม้จะเล็กน้อย" ที่เตือนให้ยุโรปตระหนักว่าไม่ควรเป็นเพียงผู้เช่าใช้ศักยภาพด้าน AI เท่านั้น แต่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานและบริษัทเรือธงของตัวเองขึ้นมาด้วย

King's Cross ใช้เวลา 20 ปี เดินทางจากสถานที่ประท้วงที่พนักงานบริการทางเพศเข้ายึดครองโบสถ์ มาสู่จุดที่ Anthropic เซ็นสัญญาเช่าออฟฟิศรองรับ 800 คนในครั้งเดียว Zain Ali ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพด้านกฎหมาย AI อย่าง Centuro กล่าวว่า บททดสอบที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น "จุดสำคัญอยู่ที่ว่า จะมีบริษัท AI ที่ทรงอิทธิพลระดับโลกมากขึ้นหรือไม่ ที่สามารถก่อตั้ง ระดมทุน และขยายขนาดได้ในสหราชอาณาจักร" การรวมตัวของสาขาบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การบ่มเพาะยักษ์ใหญ่รายต่อไปให้เกิดขึ้นได้จริง เป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง