"Carrie" ครั้งนี้ไม่ได้ย้อนกลับไปทางเดิม Mike Flanagan ผู้กำกับที่เคยฝากผลงาน "Doctor Sleep" และ "Life Of Chuck" นำนิยายปี 1974 ของ Stephen King มาสร้างเป็นฉบับทีวี หลังตัวอย่างปล่อยออกมา สิ่งแรกที่ผู้ชมสังเกตเห็นไม่ใช่ฉากเลือดสาดเหนือธรรมชาติ แต่เป็นโทนเรื่องที่ให้ความรู้สึก "เศร้าหมอง"
นี่คือครั้งที่ 5 ที่ "Carrie" ถูกนำขึ้นจอ ก่อนหน้านี้มีทั้งฉบับดั้งเดิมปี 1976 ของ Brian De Palma และฉบับรีเมคปี 2013 ที่นำแสดงโดย Chloë Grace Moretz และ Julianne Moore ครั้งนี้ Flanagan ไม่ได้ทำเป็นภาพยนตร์ แต่เปลี่ยนมาเป็นซีรีส์ เตรียมขึ้นแพลตฟอร์ม Prime วันที่ 7 ตุลาคม
ตัวอย่างดึงเรื่องราวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน การบูลลี่ที่ Carrie ต้องเผชิญไม่ใช่แค่เสียงกระซิบและการแกล้งกันในทางเดินโรงเรียนอีกต่อไป แต่เป็นการประจานหมู่ที่ถูกขยายและเร่งความเร็วด้วยโซเชียลมีเดีย Summer H. Howell รับบทเป็น Carrie ส่วนนักแสดงหลักคนอื่นๆ ได้แก่ Siena Agudong, Alison Thornton, Joel Oulette, Josie Tota, Arthur Conti, Thalia Dudek, Amber Midthunder และ Matthew Lillard
เรื่องย่ออย่างเป็นทางการ (เผยแพร่ผ่าน Empire) บรรยายว่า Carrie White (รับบทโดย Howell) นักเรียนมัธยมปลายที่เข้ากับใครไม่ได้ ถูกแม่ผู้เคร่งศาสนา Margaret (รับบทโดย Samantha Sloyan) ปกป้องและตัดขาดจากโลกภายนอกมาตลอด หลังพ่อเสียชีวิตกะทันหัน เธอถูกบังคับให้เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาลที่เต็มไปด้วยกฎปลาใหญ่กินปลาเล็ก จนตกเป็นเหยื่อของกระแสบูลลี่ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว พร้อมต้องแบกรับแรงกดดันไม่หยุดหย่อนและความโหดร้ายที่หาได้ง่ายในยุคโซเชียลมีเดีย ควบคู่ไปกับพลังจิตลึกลับที่ค่อยๆ ตื่นขึ้นมาพร้อมกับวัยแรกรุ่นของเธอ
ตัวอย่างนี้จุดกระแสความเห็นที่หลากหลายในคอมเมนต์ Instagram มีผู้ชมเขียนว่า "ฉันชอบมากที่ตัวอย่างนี้เลือกโทนที่เศร้าและหนักหน่วงกว่า แทนที่จะไปทางสยองขวัญหรือทริลเลอร์เหนือธรรมชาติ เพราะเรื่องราวของ Carrie โดยพื้นฐานแล้วมันเศร้าและเป็นโศกนาฏกรรมอยู่แล้ว" ขณะที่บางคนพูดตรงๆ ถึงความรู้สึกขัดแย้งในใจว่า "ด้านหนึ่งก็คิดว่า จำเป็นต้องรีเมคทุกอย่างจริงเหรอ แต่อีกด้านหนึ่ง นี่เป็นเรื่องราวที่ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย ดูท่าจะเป็นเวอร์ชันที่ดี ฉันคงจะไปดูเหมือนที่เคยดูเวอร์ชันก่อนๆ นั่นแหละ" ผู้ชมอีกคนบอกว่า "ทุกยุคสมัยต้องมี Carrie เป็นของตัวเอง" ขณะที่บางคนหวังว่าฉบับดัดแปลงนี้จะรักษาจิตวิญญาณของต้นฉบับไว้ได้ "ข้อเรียกร้องเดียวของฉันคือขอให้ซื่อสัตย์ต่อนิยายต้นฉบับ Carrie ไม่ใช่ฮีโร่ แต่เป็นผู้ล้างแค้นที่เปิดโปงสิ่งที่พวกบูลลี่ทำไว้ให้ทุกคนได้เห็น"
โปรเจกต์นี้อยู่ในขั้นตอนการสร้างมาตั้งแต่ปี 2024 แล้ว ก่อนหน้านี้ Flanagan เคยกำกับ "Doctor Sleep" ซึ่งได้รับคะแนน 4 ดาวจาก Alex Flood นักวิจารณ์ของ NME โดยเขียนไว้ว่าหนังเรื่องนี้ "โดยรวมแล้วเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคิดถึง พยายามทำให้แฟนๆ ต้นฉบับพอใจ พร้อมทั้งเอาใจคนดูที่โตมากับผลงานดัดแปลงจาก King รุ่นหลังๆ อย่าง 'Pet Sematary' และ 'It: Chapter Two'... 'Doctor Sleep' ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายก็ยังก้าวไม่พ้นเงาของภาคก่อน"