เซิร์ฟเวอร์แน่นจนต้องปิดแล้วเปิดใหม่ สถานการณ์แบบนี้มักบอกได้สองอย่าง คือเตรียมตัวไม่พร้อมพอ หรือไม่ก็ผู้เล่นแห่เข้ามาเร็วเกินคาด และ Wardogs ก็เข้าข่ายอย่างหลัง
เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งเกมนี้พัฒนาโดยทีมสัญชาติอังกฤษ Bulkhead ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Call of Duty และ Battlefield โดยเปิดให้เล่นแบบ Early Access ในคืนวันที่ 10 กันยายน ทางทีมงานเปิดเผยว่ายอดขายตั้งแต่เปิดตัวจนถึงตอนนี้ทะลุ 1.25 ล้านชุดไปแล้ว ข้อมูลจาก SteamDB ระบุว่ายอดผู้เล่นออนไลน์พร้อมกันในคืนแรกพุ่งสูงสุดถึง 340,000 คน และตอนนี้ก็ยังมีผู้เล่นออนไลน์อยู่มากกว่า 180,000 คนที่กำลังดวลกันอยู่
ผู้เล่นเยอะจนเซิร์ฟเวอร์รับไม่ไหว ทาง Bulkhead ต้องปิดเกมชั่วคราวแล้วรีสตาร์ทใหม่ พร้อมติดตั้งระบบคิวเพื่อควบคุมสถานการณ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยจัดกิจกรรมทดสอบมาหลายรอบ และเปิดเชิญชวนผู้เล่นแบบเต็มที่ว่า "มาถล่มเซิร์ฟเวอร์เราให้พังไปเลย" ทางทีมงานออกมาโพสต์ขอโทษผู้เล่นในภายหลังผ่านโซเชียลมีเดียว่า "ขอบคุณที่อดทนรอ ต้องขอโทษที่ทำให้ล่าช้า แล้วเจอกันในเซิร์ฟเวอร์นะ" ตอนนี้ปัญหาการต่อคิวคลี่คลายลงแล้ว ผู้เล่นสามารถเข้าเกมได้ทันที
Wardogs ตั้งฉากให้ผู้เล่น 100 คนแบ่งเป็น 3 ฝ่าย แย่งชิงพื้นที่ควบคุมกันบนสมรภูมิที่สามารถทำลายสิ่งปลูกสร้างได้ ในพื้นที่ภูเขาอุตสาหกรรมร้างแถบยุโรปตะวันออก ทางทีมงานนิยามเกมนี้ว่าเป็นเกมยิงแนว "สงครามเต็มรูปแบบเชิงยุทธวิธี" ที่เน้นการทำงานเป็นทีมและระบบทรัพยากรแบบ "เงินสดคือราชา" นับตั้งแต่เปิดขายมา เกมนี้มีรีวิวบน Steam สะสมแล้วกว่า 16,000 รีวิว โดยได้เรตติ้งอยู่ในระดับ "ค่อนข้างดี"
Bulkhead วางแผนให้ 《Wardogs》 อยู่ในช่วง Early Access นาน 1-2 ปี โดยจะทยอยเพิ่มแผนที่ อาวุธ ยานพาหนะ และรูปแบบการเล่นเข้ามาเรื่อยๆ ทางทีมงานระบุในบล็อกโพสต์ว่า จุดโฟกัสต่อไปจะอยู่ที่ "การสร้างแรงจูงใจในการเล่นที่ลึกซึ้งกว่าแค่การรบแต่ละครั้ง" ซึ่งรวมถึงระบบความก้าวหน้าที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น กลไกซีซั่นที่แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงระบบที่ตอบแทนผู้เล่นที่ร่วมสร้างผลลัพธ์ของสมรภูมิผ่านวิธีที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการรบ การซัพพอร์ต หรือการส่งกำลังบำรุง