ตอนที่ Netflix ซื้อกิจการในปี 2021 นั้น Night School Studio ยังเป็นชื่อที่ถูกหยิบไปเขียนในรายงานทำนอง "แพลตฟอร์มสตรีมมิงลงมือทำเกมจริงจัง" เพราะเสียงตอบรับของซีรีส์ Oxenfree ในวงการอินดี้นั้นการันตีได้ ผ่านไปสี่ปี ปีนี้สตูดิโอเพิ่งปล่อยประสบการณ์สยองขวัญบนทีวีอย่าง Unhinged และในปี 2025 ก็เพิ่งทำเกมมือถือภายใต้ชื่อ Black Mirror ออกมา ก่อนที่ Netflix จะประกาศปิดตัวสตูดิโอนี้ทันที

พร้อมกับ Night School Studio ที่ถูกยุบไปด้วยคือ Moonloot Games สตูดิโอจากเฮลซิงกิที่ก่อตั้งในปี 2022 ทั้งสองแห่งเป็นส่วนหนึ่งของการปลดพนักงานในธุรกิจเกมรอบนี้ของ Netflix ซึ่งบริษัทก็ตัดตำแหน่ง "ส่วนเกิน" ภายในไปพร้อมกัน หนึ่งในชื่อที่ถูกปลดคือ Tara Voelker ซึ่งนิยามตัวเองว่าเป็น "คนออกแบบด้าน Accessibility คนเดียว" ในทีมเกม นั่นหมายความว่าตอนนี้ฝ่ายเกมของ Netflix จะไม่มีคนดูแลฟีเจอร์ Accessibility โดยเฉพาะอีกต่อไปชั่วคราว

Chrissy Kelleher โฆษกของ Netflix ให้สัมภาษณ์กับ The Verge ว่า "ในขณะที่เรายังคงมุ่งเน้นไปที่พื้นที่เหล่านี้ต่อไป เราเห็นโอกาสที่จะทำให้การดำเนินงานมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น จึงได้ปรับโครงสร้างธุรกิจให้สอดคล้องกับลำดับความสำคัญเหล่านี้" แปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ Netflix ตัดสินใจดึงทรัพยากรมารวมไว้ใน 4 ทิศทาง ได้แก่ เกมเด็ก เกมปาร์ตี้ เกมเน้นเรื่องราว และเกม "กระแสหลัก" ส่วนทีมแบบ Night School Studio ที่เติบโตมาจากผลงานอินดี้แนวเล่าเรื่องนั้น ไม่เข้าเกณฑ์ลำดับความสำคัญชุดนี้อีกต่อไป

จริงๆ แล้วนี่คือทิศทางที่เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว Netflix เริ่มย้ายจุดโฟกัสจากเกมอินดี้คุณภาพสูงบนมือถือ ไปสู่เกมปาร์ตี้บนทีวีตั้งแต่ปลายปีก่อน และผลงานอินดี้หลายเกมที่เคยอยู่ในไลน์อัพเกมมือถือก็ถูกถอดออกไปเรื่อยๆ ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ Netflix เคยปิดสตูดิโอที่อยู่เบื้องหลังเกมมือถือ Squid Game และขาย Spry Fox ผู้พัฒนา Cozy Grove คืนให้เจ้าของเดิม ส่วนในปี 2024 ก็มีสตูดิโอเกม AAA แห่งหนึ่งที่ยังไม่เคยปล่อยผลงานใดออกมาเลย ก็ถูกยุบไปเช่นกัน

พูดอีกแบบคือ Night School Studio และ Moonloot Games ไม่ใช่รายแรก และแทบจะแน่นอนว่าไม่ใช่รายสุดท้าย ตอนนี้ Netflix ยังไม่เปิดเผยกำหนดเวลาที่แน่ชัดในการปิดสตูดิโอทั้งสองแห่ง และไม่ได้ระบุจำนวนพนักงานที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนเช่นกัน