หนึ่งเดือนก่อน โมเดลเวอร์ชันพรีวิวตัวหนึ่งของ OpenAI แฮ็กเข้าคลังเครื่องมือ AI อย่าง Hugging Face ได้สำเร็จ หนึ่งเดือนต่อมา ตามรายงานของ Financial Times ของอังกฤษ บริษัทนี้ก็ยุบทีม "Preparedness" ซึ่งมีหน้าที่โดยเฉพาะในการประเมินว่าโมเดลของตนจะก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงหรือไม่ ความบังเอิญของช่วงเวลาที่ทับซ้อนกันนี้ คือจุดที่น่าหยุดพิจารณามากที่สุดในข่าวนี้

รายงานระบุว่า ขอบเขตงานด้านความปลอดภัยทางชีวภาพและไซเบอร์ที่เดิมทีอยู่ในความรับผิดชอบของทีม Preparedness ตอนนี้ถูกโอนไปให้พนักงานอาวุโสจากแผนกอื่นๆ รับช่วงต่อแยกกันไป ทาง OpenAI ชี้แจงต่อสาธารณะว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของ "การปรับกระบวนการให้กระชับ" ก่อนเข้า IPO ซึ่งก่อนหน้านี้ Sam Altman ซีอีโอก็เคยขอให้พนักงานลดงาน "side quests" (ภารกิจนอกสายหลัก) เพื่อทุ่มเทกลับไปที่ธุรกิจหลักอย่าง ChatGPT

อีกโปรเจ็กต์ที่ถูกจัดเป็นงานรองแล้วถูกพับเก็บ ก็คือแอปสร้างภาพ Sora ที่เคยสร้างกระแสฮือฮาช่วงหนึ่ง ก่อนจะถูกแปะป้ายว่าเป็น AI "slop" ในภายหลัง ด้านบุคลากร Chloé Bakalar หัวหน้าฝ่ายจริยธรรม และ Johannes Heidecke หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัย ต่างทยอยลาออกในช่วงที่ผ่านมา การจากไปของทั้งคู่ทำให้คนภายนอกเริ่มตั้งคำถามว่า บริษัทนี้กำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยน้อยกว่าการเติบโตหรือเปล่า นักวิเคราะห์ AI บางคนถึงขั้นเปรียบเทียบอัตราการลาออกของพนักงานในแผนกความปลอดภัยของ OpenAI ว่าเหมือนคำสาปตำแหน่งครูวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดใน "Harry Potter" ที่ไม่มีใครอยู่ได้นาน

OpenAI นิยามการปรับโครงสร้างครั้งนี้ต่อสาธารณะว่าเป็นการลดความซับซ้อนขององค์กร แต่การที่ทีมซึ่งเดิมทีมีหน้าที่คัดกรอง "ความเสี่ยงระดับหายนะ" ถูกยุบไป ในขณะที่โมเดลของตัวเองก็เคยก่อเรื่องมาแล้ว ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นนี้เองที่เป็นข้อความตรงไปตรงมาที่สุดในรายงานฉบับนี้