เมคาที่สามารถประกอบตัวเองกลับคืนได้ พร้อมดาบพลังงานที่สามารถพุ่งเข้าผลักดันศัตรูให้ถอยกระเจิง — D.Mon ดูเหมือนผลลัพธ์ที่ Blizzard เอา D.Va กับ Reinhardt ไปโยนรวมกันในห้องแล็บเดียวกัน จนแม้แต่ Engadget ยังบอกว่า "ตั้งใจจะไม่เขียนข่าวอัปเดตฮีโร่อีกแล้ว แต่ D.Mon นี่มันเจ๋งเกินไป"
อันที่จริง D.Mon ไม่ใช่หน้าใหม่ถอดด้าม เธอปรากฏตัวครั้งแรกในอนิเมชันสั้นปี 2018 ในฐานะสมาชิกทีม MEKA ของ D.Va แต่ต้องรอจนถึงปีนี้ที่ภาพทีเซอร์ฮีโร่โผล่โครงร่างของเมคาออกมา แฟนๆ ถึงมั่นใจว่าเธอจะกลายเป็นฮีโร่ที่เล่นได้คนที่ 53 ของ Overwatch และเป็นแทงค์คนที่ 15 ด้วย เมคาของเธอมีชื่อรหัสว่า Beast ซึ่งทางทีมพัฒนาย้ำเป็นพิเศษ
ในเชิงการเล่น D.Mon สืบทอดสายเลือดบางส่วนจาก D.Va มาจริงๆ เธอบินไม่ได้ แต่สามารถพุ่งตัวไปด้านข้างได้ด้วยเครื่องยนต์ขับดันที่มีขีดจำกัดเชื้อเพลิง และใช้สกิลปืนกลยิงระยะไกลสร้างดาเมจ เมื่อเมคาถูกทำลาย เธอจะกระเด็นออกมาและยังมีชีวิตต่อไป จากนั้นสามารถใช้อัลติเมทเพื่อเรียกเมคากลับมาได้อีกครั้ง — แต่ Beast ไม่ได้ตกลงมาจากฟากฟ้าแบบเมคาของ D.Va เธอจะประกอบตัวขึ้นทีละชิ้นรอบตัว D.Mon เอง
ส่วนโหมดระยะประชิดนั้นมีเงาของ Reinhardt ชัดเจน Beast มีชิลด์ในตัว อาวุธหลักคือดาบพลังงานที่นอกจากฟันแล้วยังสามารถพุ่งไปข้างหน้าเพื่อผลักศัตรูให้ถอยได้ อัลติเมทของเธอในโหมดเมคาคือการฟันโจมตีเป็นพื้นที่กว้าง ซึ่งจะทำให้ตัวเองได้เลือดเพิ่ม พร้อมทั้งขยายดาเมจที่ศัตรูได้รับ คล้ายกับ Discord Orb ของ Zenyatta นั่นหมายความว่าอัลติเมทตัวนี้ต้องอาศัยเพื่อนร่วมทีมช่วยสร้างดาเมจเพื่อให้เกิดผล ต่างจากอัลติเมทแบบระเบิดตัวของ D.Va ที่สามารถล้างทีมศัตรูได้เพียงลำพัง ถือเป็นแนวคิดที่ต่างกันคนละขั้ว
ในประกาศทางการระบุว่าอาวุธของเธอคือ Plasma Saber และ Fusion Repeater สกิลประกอบด้วย Power Barrier, Propulsors, Surging Strike ส่วนอัลติเมทมีสองแบบคือ Limit Break และ Call Mech ทาง Blizzard ยังเผยว่าการออกแบบครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Mobile Suit Gundam และซีรีส์ Armored Core ของ FromSoftware ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมภาพลักษณ์ของ Beast ถึงดูมีความเป็นเมคานิคัลจัดเต็มขนาดนี้
D.Mon จะเปิดให้เล่นวันที่ 11 สิงหาคม พร้อมกับการมาถึงของ Season 4: Heroes of Busan






