ในโกดังแห่งหนึ่งที่มิลาน กล่องไม้ถูกวางซ้อนสูงกว่าคน ฝุ่นเกาะหนาจนไม่มีใครแตะต้องมาหลายปี Paola Pivi และผู้ร่วมงานระยะยาวของเธอ Matthew McPhillips ปีนขึ้นไปบนกองกล่องด้วยมือเปล่าเพื่อค้นหาของ มือทั้งสองข้างของทั้งคู่ดำสนิท เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ในกล่องเหล่านั้นบรรจุอุปกรณ์ประกอบจากนิทรรศการ "Bad idea" ที่เธอจัดแสดงที่ LaRinascente มิลานในปี 2017 ได้แก่ บ้านสุนัข รถเข็นเด็ก จักรยานคู่ แทรมโพลีนทรงกลม พลั่ว คบเพลิง กีตาร์ — ในตอนนั้นวัตถุเหล่านี้ถูกกองซ้อนกันเป็นภูเขาลูกหนึ่ง ทับทับหมีขั้วโลกที่ปกคลุมด้วยขนนกไว้ในตู้กระจก ผลงานชิ้นนั้นมาจากนิทรรศการเดี่ยวของเธอที่ชื่อ "I am tired of eating fish" ในวันนั้น McPhillips พูดขึ้นมาว่า "ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นด้านนี้ของโลกศิลปะบ้าง" Pivi เคยคิดจะขนแทรมโพลีนกลับบ้าน แต่สุดท้ายตัดสินใจปล่อยมันไว้ที่เดิม เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์คลายเครียด ในขณะเดียวกัน สามีของเธอซึ่งเป็นนักแต่งเพลง Karma Culture Brothers กำลังง่วนอยู่กับการดูดฝุ่นทำความสะอาดอยู่ด้านล่าง — เขาพบเครื่องดูดฝุ่นสี่เครื่องที่หลงเหลือจากการติดตั้งงานขนนกชุดต่างๆ และกำลังใช้เครื่องหนึ่งไปดูดทำความสะอาดอีกสามเครื่องที่เหลือ เพลิดเพลินจนลืมเวลา

ฉากนี้ปรากฏอยู่ในบทความที่ Paola Pivi เขียนให้กับซีรีส์ "PLAY" ของ designboom เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 สิ่งที่เธอต้องการพูดถึงไม่ใช่ความไร้เดียงสาของวัยเด็ก แต่เป็นข้อสังเกตที่แหลมคมกว่านั้น นั่นคือ ยุคสมัยนี้ไม่เหลือพื้นที่ให้ "เล่น" ได้อีกแล้ว เธอเขียนว่า ทุกตัวอักษรที่เราพิมพ์ ทุกคำที่เราพูด อาจถูกบันทึกไว้และกลายเป็นหลักฐานเอาผิดเราในภายหลัง แม้แต่จุดยืนทางการเมืองก็ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง เพราะอาจถูกขุดขึ้นมาใช้ได้ทุกเมื่อตอนข้ามพรมแดน การเล่นในความหมายเดิมคือการ "ลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้สึกอย่างไร คิดอะไรได้บ้าง" — เป็นการสำรวจทางปัญญาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของอิสรภาพ เธอเชื่อว่าผู้ใหญ่ในยุคนี้ไม่อิจฉาความเป็นอิสระในการเล่นของเด็กอีกต่อไป ไม่ใช่เพราะอิสรภาพแบบนั้นไม่สำคัญ แต่เพราะมันหายากจนคนชินชาไปแล้ว

อพาร์ตเมนต์สีขาวที่ Gallarate

วัยเด็กของเธอให้ภาพเปรียบเทียบที่ตรงกันข้าม Pivi เติบโตขึ้นในย่าน Ronchi เมือง Gallarate ประเทศอิตาลี ที่นั่นมีอพาร์ตเมนต์สีขาวขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยสถาปนิก มีรูปทรงและปริมาตรที่พิถีพิถัน พร้อมสนามหญ้ากว้างที่ปกคลุมด้วยดอกไม้สีขาวและต้นโคลเวอร์ การหาโคลเวอร์สี่แฉกเจอเป็นความสุขเล็กๆ ประจำบ่ายวันหนึ่ง ในฐานะที่เป็นเด็กโตที่สุดในกลุ่มเด็กวัยกลางๆ เธอจึงรับหน้าที่คิดค้นและจัดการเกมต่างๆ ตลอดฤดูร้อน เด็กกลุ่มหนึ่งจะเล่นกันตั้งแต่เช้าจรดดึก บางครั้งกลับบ้านไปกินข้าวเย็นเอาตอนใกล้เที่ยงคืน ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยยัดตัวเองเข้าไปในลิฟต์เล็กๆ ทั้งกลุ่ม แนบชิดกันเหมือนปลาซาร์ดีน เพียงเพื่อสัมผัสว่ามันรู้สึกอย่างไร พวกเขายังเล่น "ตำรวจจับขโมย" กันด้วย โดยกลุ่ม "ขโมย" จะวิ่งพล่านไปมาระหว่างตัวอาคาร หลบหนีจากภารโรงเพียงคนเดียว ภารโรงคนนั้นมาจากตอนใต้ของอิตาลี มีนิสัยฉุนเฉียว เคยขว้างรองเท้าไม้ใส่พวกเด็กๆ ด้วยความหงุดหงิด — แม้เด็กๆ จะรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจเล็งจริงจัง แต่ความไม่แน่ใจนั้นเองที่ทำให้อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านถึงขีดสุด
พวกเขายังสำรวจทางเดินในห้องเก็บของใต้ดิน หมอบซ่อนตัวอยู่บนระเบียงทางลาดขยะที่ชั้นบนสุด หรือหมอบอยู่หลังโต๊ะต้อนรับทรงกลมในล็อบบี้ เพื่อรอดูแขกที่เดินมาเดินชนกำแพงกระจกทางเข้าเต็มบานที่สถาปนิกตั้งใจออกแบบไว้ บางคนจะห้อยตัวแกว่งขาอยู่บนราวระเบียงที่สูงจากพื้นไม่กี่ฟุต ปล่อยให้คนอื่นขว้างลูกบอลใส่แถวคนที่เรียงตัวอยู่เต็มความเร็ว เหมือนเล่นโบว์ลิ่ง บนสนามหญ้ายังมีอาคารคอนกรีตทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณยี่สิบถึงสามสิบเมตร เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อครอบอุปกรณ์เครื่องจักร ผนังค่อยๆ ม้วนขึ้นเป็นหอเล็กๆ พวกเขาเรียกมันว่า "Torretta" — หอเล็ก เด็กๆ จะเดินไปตามผนังโค้งนั้น ราวกับกำลังเดินบนเส้นลวด

จากเครื่องบินรบที่พลิกกลับหัว สู่เครื่องบินหมุนใน Central Park

Pivi นำแรงกระตุ้นแบบ "ลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น" นี้ มาใช้เป็นวิธีการสร้างสรรค์ผลงานของเธอโดยตรง ในปี 1999 เธอร่วมกับศิลปินอีกสี่คนคว้ารางวัล Golden Lion สาขาศาลาแห่งชาติยอดเยี่ยมจาก Venice Biennale ด้วยผลงาน "Untitled (airplane)" ซึ่งเป็นเครื่องบินรบที่ถูกพลิกกลับหัวสนิท หลังจากนั้นเธอคิดต่อว่า "จะทำอะไรกับยานพาหนะได้อีก" คำตอบคือเครื่องบินที่หมุนได้ ในปี 2012 ด้วยการสนับสนุนจาก Public Art Fund การก่อสร้างโดย Art Crating และเงินทุนร่วมจาก Adam Lindemann เธอนำเครื่องบิน Piper Seneca มายึดติดกับโครงเหล็กและมอเตอร์ ให้หมุนช้าๆ ด้วยความเร็วหนึ่งรอบต่อนาที ที่ Doris C. Freedman Plaza ทางเข้า Central Park นครนิวยอร์ก ผลงานติดตั้งขนาด 11.8 x 12.9 x 11.8 เมตร ตั้งชื่อว่า "How I Roll" เธอยอมรับว่ากระบวนการตั้งแต่คิดไอเดียจนถึงการสร้างจริงนี้เป็นสิ่งที่ตัวเองยากจะยอมรับ แต่โดยแก่นแท้แล้วมันก็ไม่ต่างอะไรจากการเล่นเลย
ย้อนกลับไปที่โกดังที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์เก่าๆ ภาพที่เธอบรรยายไว้นั้นให้คำตอบในตัวมันเองอยู่แล้ว การเล่นไม่ได้หายไปไหนจริงๆ เพียงแต่ไปหลบซ่อนอยู่ในมุมที่ไม่ถูกบันทึกไว้ — โกดังแห่งหนึ่ง เครื่องดูดฝุ่นเครื่องหนึ่ง และผู้ใหญ่สองคนที่มือเปื้อนฝุ่นเต็มไปหมดแต่ยังคงยิ้มอยู่ บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับซีรีส์ PLAY ของ designboom โดยต้นฉบับไม่ได้แนบข้อมูลราคาผลงานหรือระยะเวลาจัดแสดงมาด้วย






