สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในรายชื่อไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหน้าคุ้นตา แต่เป็นชื่อที่ฟังดูเหมือนแต่งขึ้นมาเอง นั่นคือ Son-John Johnson "นักร้อง" คนนี้ปรากฏในช่องเสียงประสานของเพลง 〈Kill Me〉 และ〈I Can't Wait〉 ซึ่งไม่มีตัวตนจริงในวงการ แฟนเพลงจึงรีบเดาว่าน่าจะเป็น Cameron Winter นักร้องนำวง Geese เพราะทั้งเสียงร้อง ช่วงเวลา และความสนิทสนมในวงการล้วนสอดคล้องกัน เพียงแต่ไม่มีใครออกมายอมรับในรายชื่ออย่างเป็นทางการ
อัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 3 ของ Phoebe Bridgers 《Lost Weekend》วางจำหน่ายเมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม นับเป็นผลงานเดี่ยวที่ห่างหายไปถึง 6 ปี วันรุ่งขึ้นเธอปล่อยเครดิตการผลิตฉบับเต็มออกมา ซึ่งมีไลน์อัพใหญ่โตราวกับสมุดรายชื่อวงดนตรีห้องชุด ทั้ง Jack Antonoff, Alex G, Blake Mills, Christian Lee Hutson และคู่รักของเธอ Bo Burnham ชื่อของ Alex G แทบจะปรากฏในทุกเพลง ทั้งในตำแหน่งโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง กีตาร์ ซินธิไซเซอร์ ไปจนถึงกลอง ไม่ใช่แค่มาร่วมงานแบบผ่านๆ
Conor Oberst คู่หูจากวง Better Oblivion Community Center มาเป่าฮาร์โมนิกาในเพลง〈I Can't Wait〉 ส่วนสองสมาชิกวง boygenius อย่าง Julien Baker และ Lucy Dacus ก็มาร้องประสานในเพลง〈Lost Boys〉และ〈Haunted〉 เท่ากับว่าเธอได้เชิญวงดนตรีที่เคยร่วมงานกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมากลับมารวมตัวในสตูดิโออีกครั้ง เพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม〈Lost Weekend〉มีการแซมเปิลผลงานของ Paul Lansky ที่ชื่อ《Notjustmoreidlechatter》ซึ่งเป็นแหล่งที่มาที่ไม่ใช่นักดนตรีเพียงหนึ่งเดียวในรายชื่อทั้งหมด
อีกหนึ่งเบาะแสที่แฟนเพลงติดตามคือเพลง〈The Governor's Waltz〉ซึ่งเนื้อเพลงถูกตีความว่าพาดพิงถึงความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้วระหว่างเธอกับ Paul Mescal แม้ทางการจะไม่ได้ยืนยัน แต่การพูดถึงเรื่องนี้ก็ไม่เคยหยุดลง
NME ให้คะแนนอัลบั้มนี้เต็ม 5 ดาว โดยนักวิจารณ์ Erica Campbell เขียนว่านี่คือ "ด้านตรงข้ามของการหลีกเลี่ยงความรู้สึก เหมือนเป็นการสะสางบัญชีกับตัวเอง กับความรักและการสูญเสียที่หล่อหลอมเธอขึ้นมา" พร้อมบรรยายว่าเธอ "อาจเริ่มเขียนอัลบั้มนี้ด้วยความรู้สึกหลงทาง แต่พอเขียนจบกลับไม่มีความรู้สึกล่องลอยเหลืออยู่เลย"
ก่อนวางจำหน่ายอัลบั้ม ฟีบี้ บริดเจอร์ส เลือกจัดฉายอัลบั้มนี้ในท้องฟ้าจำลองหลายแห่งทั่วโลก พร้อมกับการฉายภาพโปรเจกชันที่ออกแบบพิเศษเป็นครั้งแรก เธอยังเคยพาแฟนๆ เล่นสเก็ตวนรอบลานน้ำแข็ง พร้อมพูดคุยถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังอัลบั้มไปด้วย สัปดาห์หน้าเธอจะจัดการแสดงเล็กๆ ในอังกฤษที่ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ จากนั้นจะเปิดตัว "The Lost Tour" โดยเดือนหน้าจะเริ่มทัวร์ที่อเมริกาเหนือก่อน แล้วในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมจะกลับมาที่อังกฤษและยุโรป โดยรอบการแสดงในอังกฤษและไอร์แลนด์รวมถึง 3Arena ที่ดับลิน, Co-op Live ที่แมนเชสเตอร์ และ The O2 ที่ลอนดอน สำหรับข้อมูลบัตรที่เหลือสามารถสอบถามได้ที่ช่องทางจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ






