สวมรองเท้าโรลเลอร์สเก็ต ล้อมรอบด้วยแฟนเพลงกว่า 200 คน ฟีบี บริดเจอร์ส (Phoebe Bridgers) เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกถึงเหตุผลที่อัลบั้มใหม่ของเธอใช้เวลาถึงหกปีในบรรยากาศเช่นนี้ สถานที่คือ Moonlight Rollerway ลานสเก็ตในเมืองเกล็นเดล (Glendale) รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ในงานฟังเพลงพร้อมช่วงถาม-ตอบกับแฟนคลับ สำหรับอัลบั้มใหม่ 'Lost Weekend'

'Lost Weekend' วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม ห่างจากอัลบั้มเดี่ยวชุดก่อนหน้าอย่าง 'Punisher' ในปี 2020 ถึงหกปีเต็ม มีแฟนเพลงคนหนึ่งถามเธอในงานว่าตัดสินใจอย่างไรว่า "ตอนนี้" คือจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการกลับมา คำตอบของเธอไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมากนัก "คือฉันไม่ได้สนุกกับทุกส่วนของการห่างหายจากวงการเพลงเลยนะ" ตามที่ Variety รายงาน บริดเจอร์สยอมรับว่าหลังจาก 'Punisher' วางจำหน่าย เธอต้องการถอยห่างชั่วคราวจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจให้ช่วงว่างนั้นยืดยาวขนาดนี้

"ฉันจองคิวห้องอัดเสียงไปเรื่อยๆ แล้วก็เลื่อน... จองแล้วก็เลื่อน แล้วก็เลื่อนอีก" เธอเล่า "ฉันอยากทำอะไรสักอย่างจริงๆ ก็เลยเข้าห้องอัด แล้วพักไปหกเดือน แล้วก็กลับไปอีก อัลบั้มนี้เลยลากยาวขนาดนี้ แต่มันก็ดีนะ" คำพูดนี้ไม่ได้ถูกเล่าออกมาเป็นเรื่องสร้างแรงบันดาลใจ เพียงแต่บรรยายอย่างตรงไปตรงมาถึงสภาวะที่ผัดวันประกันพรุ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่ยอมหยุดไปเสียที

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคำอธิบายเรื่องความล่าช้า คือวิธีการโปรโมทที่บริดเจอร์สเลือกใช้ครั้งนี้ เธอไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อใดๆ เลย แต่แทนที่ด้วยการแสดงเซอร์ไพรส์แบบห้ามนำมือถือเข้าชม รวมถึงงานฉายวิชวลที่ออกแบบมาเฉพาะจัดขึ้นในหอดูดาวหลายแห่งทั่วโลก เธอกล่าวในงานที่ลานสเก็ตว่า อยากให้แผนการวางจำหน่ายทั้งหมด "รู้สึกเหมือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง" แนวทางที่จงใจหลีกเลี่ยงการสัมภาษณ์แบบทางการและกลไกโซเชียลมีเดียนี้ ในแง่หนึ่งก็สอดคล้องกับจังหวะที่เธอบรรยายไว้ในช่วงถาม-ตอบ นั่นคือการเข้าออกห้องอัดซ้ำไปมาโดยไม่รีบร้อนส่งมอบผลงาน

แม้ 'Lost Weekend' จะเป็นอัลบั้มเดี่ยวที่ห่างหายไปถึงหกปี แต่ในช่วงเวลานั้นเธอไม่ได้หายไปจากวงการเพลงเสียทีเดียว ในปี 2023 เธอร่วมงานกับสมาชิก Boygenius อย่างลูซี่ ดาคัส (Lucy Dacus) และจูเลียน เบเกอร์ (Julien Baker) ออกอัลบั้มวงในชื่อ 'The Record' ซึ่งต่อมาได้รับเลือกจาก NME ให้เป็นอัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปีนั้น สำหรับอัลบั้มใหม่นี้ ทั้งดาคัสและเบเกอร์ก็มาร่วมแจมด้วยเช่นกัน พร้อมรายชื่อศิลปินอื่นๆ อย่างคอนเนอร์ โอเบิร์สต์ (Conor Oberst) คู่หูของเธอใน Better Oblivion Community Center, โบ เบิร์นแฮม (Bo Burnham) คนรักของเธอ, แจ็ก แอนโทนอฟฟ์ (Jack Antonoff) และ Alex G

ในรายชื่อทีมโปรดักชันยังมีนักร้องปริศนาในนาม "Son-John Johnson" ซ่อนอยู่ ซึ่งแฟนเพลงหลายคนคาดเดาว่าแท้จริงแล้วคือชื่อปลอมของคาเมรอน วินเทอร์ (Cameron Winter) นักร้องนำวง Geese เนื่องจากเสียงร้องในเพลง 'Kill Me' และ 'I Can't Wait' มีเอกลักษณ์ที่จำได้ง่ายมาก อีกรายละเอียดหนึ่งที่แฟนเพลงขุดพบ คือการมาร่วมร้องในเพลงซ่อน 'Best Dressed' ของไอแซค วูด (Isaac Wood) อดีตนักร้องนำ Black Country, New Road โดยในเวอร์ชัน CD เพลงนี้ถูกซ่อนอยู่ในช่วงเงียบก่อนเพลงเปิดอัลบั้ม 'The Outside' ส่วนเวอร์ชันแผ่นเสียงไวนิลนำไปวางไว้เป็นแทร็กสุดท้ายโดยตรง นอกจากนี้ยังมีแฟนเพลงคาดเดาว่าเพลง 'The Governor's Waltz' ในอัลบั้มนี้เขียนถึงความสัมพันธ์ในอดีตของเธอกับพอล เมสคาล (Paul Mescal) แต่นี่เป็นเพียงการคาดเดาในหมู่แฟนคลับเท่านั้น ไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

NME เขียนไว้ในบทวิจารณ์ที่ให้คะแนนเต็มห้าดาวว่า อัลบั้มนี้ "มีเพียงศิลปินที่มั่นใจอย่างเต็มที่ในความสามารถด้านการเขียนและดนตรีของตัวเองเท่านั้นที่จะทำออกมาได้แบบนี้ — คนที่อาจเริ่มเขียนอัลบั้มที่สามนี้ด้วยความรู้สึกหลงทาง แต่กลับไม่มีความสับสนหลงเหลืออยู่เลยเมื่อถึงตอนจบ"

สำหรับส่วนของทัวร์ บริดเจอร์สจะเริ่มซีรีส์การแสดงขนาดเล็กที่ห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าชมที่ Union Chapel ในลอนดอนวันที่ 17 สิงหาคม ก่อนจะไปแสดงต่อที่คิงส์ตัน ไบรตัน และบริสตอล ทัวร์ที่มีชื่อว่า "The Lost Tour" นี้จะเริ่มต้นที่อเมริกาเหนือในเดือนหน้า ส่วนรอบการแสดงในอังกฤษและยุโรปจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม