ถอดนาฬิกาออกจากข้อมือ เปิดแอป Samsung Health เลือกเมนูดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระ จากนั้นกดนิ้วโป้งลงบนเซ็นเซอร์ BioActive ที่ด้านหลังตัวเรือนเป็นเวลา 5 วินาที — นี่คือขั้นตอนทั้งหมดในการวัดดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระของ Samsung Galaxy Watch 8 ระหว่างการตรวจวัด ไฟ LED สี่สี ได้แก่ เหลือง น้ำเงิน ม่วง และเขียว จะสว่างขึ้นตามลำดับ ก่อนที่ระบบจะแสดงคะแนนออกมาเป็นตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 100
ตัวเลขนี้ฟังดูเหมือนกำลังวัดความสามารถต้านอนุมูลอิสระของทั้งร่างกาย แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ สิ่งที่มันประเมินคือแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารสีที่พบในผักผลไม้สีเหลือง สีส้ม และสีเขียว และสามารถสะสมอยู่ในผิวหนังได้ Samsung ใช้ค่าที่วัดได้นี้เป็นตัวชี้วัดทางอ้อมของปริมาณผักผลไม้ที่บริโภค แต่ทางบริษัทก็ระบุด้วยว่า การสัมผัสแสงยูวี การดื่มแอลกอฮอล์ และความเครียด ก็มีผลต่อคะแนนที่ได้เช่นกัน
เซ็นเซอร์อ่านค่าผิวหนังของคุณได้อย่างไร
Samsung ระบุว่าเซ็นเซอร์ตัวนี้ใช้เทคโนโลยีสเปกโตรสโคปีการดูดกลืนแสงหลายความยาวคลื่น (multi-wavelength absorption spectroscopy) เพื่อวิเคราะห์อัตราส่วนของแสงในความยาวคลื่นต่างๆ ที่ถูกผิวหนังดูดกลืนและสะท้อนกลับ แคโรทีนอยด์จะดูดกลืนแสงในบางความยาวคลื่นได้ดีเป็นพิเศษ โดยแสงสีน้ำเงินถือเป็นตัวแปรสำคัญ โฟโตไดโอดในเซ็นเซอร์มีหน้าที่ตรวจจับแสงที่สะท้อนกลับมา เพื่อใช้คำนวณความเข้มข้นของแคโรทีนอยด์และแปลงออกมาเป็นคะแนน

การเลือกใช้นิ้วโป้งไม่ใช่เพราะมันพอดีกับเซ็นเซอร์เท่านั้น Samsung อธิบายว่าเมลานินและฮีโมโกลบินอาจรบกวนการตรวจวัดทางแสงได้ ผิวบริเวณนิ้วช่วยลดผลกระทบจากเมลานิน ในขณะที่แรงกดจากการกดนิ้วจะช่วยจำกัดการไหลเวียนของเลือดชั่วคราว ลดการรบกวนที่เกิดจากฮีโมโกลบิน
ความแม่นยำเป็นอย่างไรกันแน่
Samsung ระบุว่าเซ็นเซอร์นี้ผ่านการตรวจสอบเทียบกับเครื่อง Raman spectroscopy (เทคโนโลยีในห้องแล็บที่ใช้วัดแคโรทีนอยด์ในผิวหนัง) และมีการเปรียบเทียบกับผลตรวจเลือด บันทึกอาหาร และข้อมูลทางคลินิกจากผู้เข้าร่วมทดสอบหลายร้อยคน นอกจากนี้ ยังมีการทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุม (randomized controlled trial) ในปี 2023 ซึ่งมีนักวิจัยจาก Samsung ร่วมด้วย ผลการทดลองพบว่าค่าที่ได้จากสเปกตรัมแสงสะท้อนมีความสัมพันธ์สูงกับค่าที่ได้จาก Raman spectroscopy ในการวัดแคโรทีนอยด์บนผิวหนัง
แต่ Samsung ก็ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขความแม่นยำหรือช่วงความคลาดเคลื่อนที่เข้าใจง่ายให้ผู้บริโภคได้อ้างอิง และทางบริษัทเองก็ย้ำว่าดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อวินิจฉัยหรือรักษาโรคแต่อย่างใด ในรีวิว Galaxy Watch 8 ของ Engadget นักข่าว Amy Skorheim ได้ลองปรับเปลี่ยนอาหารที่กินในหนึ่งวันดูโดยตั้งใจ ปรากฏว่าคะแนนลดลงแค่ 2 แต้มเท่านั้น ส่วนค่าที่วัดได้ในวันถัดๆ มาก็อยู่ระหว่าง 56 ถึง 60 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตัวเลขนี้ไม่ได้แกว่งง่ายๆ แค่เพราะเปลี่ยนอาหารแค่วันเดียว
ที่น่าสนใจคือ ในตารางเปรียบเทียบบนเว็บไซต์ทางการของ Samsung ที่สหรัฐฯ ตอนนี้ ไม่ได้ระบุว่าดัชนีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นฟีเจอร์ของ Galaxy Watch 7 เลย มีแค่ Watch 8, Watch 8 Classic, Galaxy Watch Ultra รวมถึงรุ่นใหม่กว่าอย่าง Watch 9 และ Ultra 2 เท่านั้นที่รองรับ ทาง Samsung ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลว่าทำไม Watch 7 ถึงไม่มีฟีเจอร์นี้ แต่ก็ระบุว่าแคโรทีนอยด์จากอาหารมักต้องใช้เวลาราวสองถึงสามสัปดาห์กว่าจะสะสมในผิวหนังจนถึงระดับที่ตรวจจับได้






