จรวดที่ลอยอยู่ในอวกาศมานานหนึ่งปีครึ่ง โดยที่ถังเชื้อเพลิงหมดไปนานแล้ว จะพุ่งชนขอบด้านตะวันตกของฝั่งที่มองเห็นได้ของดวงจันทร์ในเช้าวันพุธ ด้วยความเร็ว 7 เท่าของเสียง ไม่มีใครวางแผนการชนครั้งนี้ไว้ล่วงหน้า มันเป็นเพียงอุบัติเหตุที่เกิดจากการคำนวณเชื้อเพลิงผิดพลาด แต่ตอนนี้อุบัติเหตุครั้งนี้กลับกลายเป็นข้อมูลชั้นต้นสำหรับนักวิทยาศาสตร์ในการศึกษาความปลอดภัยของฐานทัพบนดวงจันทร์ในอนาคต
จรวดขั้นบนของ Falcon 9 ลำนี้ เคยมีหน้าที่ส่งยานลงจอดคู่หนึ่งไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ ยานลงจอดสำเร็จลุล่วง แต่ตัวจรวดเองกลับติดอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เชื้อเพลิงไม่พอที่จะกลับสู่โลก แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเข้าสู่วงโคจรที่มั่นคง จึงล่องลอยอยู่ในอวกาศเป็นเวลา 18 เดือน จนกระทั่งแรงโน้มถ่วงดึงมันเข้าสู่ดวงจันทร์
การชนจะเกิดขึ้นในเวลา 06:34 UTC วันพุธ ณ บริเวณใกล้กับหลุมอุกกาบาต Einstein โดยทวีปอเมริกาจะเป็นจุดสังเกตการณ์ที่ดีที่สุด จรวดลำนี้มีมวล 4 ตัน พุ่งชนด้วยความเร็วประมาณ 5,400 ไมล์ต่อชั่วโมง เนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศรองรับแรงกระแทก การระเบิดที่เกิดขึ้นจะมีพลังงานเทียบเท่า TNT 3 ตัน และคาดว่าจะทิ้งหลุมอุกกาบาตขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุด 27 เมตร ลึก 5 เมตร แม้ตาเปล่าจะมองไม่เห็นการชนครั้งนี้ แต่ผู้ที่มีกล้องโทรทรรศน์ที่ดีควรจะสามารถจับภาพกลุ่มเศษซากที่พุ่งขึ้นได้เป็นเวลาหลายนาที
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดวงจันทร์ถูก "กระสุน" โจมตีโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ในเดือนมีนาคม 2022 จรวด Long March 3C ของจีนก็เคยพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ ทิ้งหลุมอุกกาบาตขนาด 29 เมตรไว้เช่นกัน ความแตกต่างคือครั้งนี้มีคนคำนวณวิถีการเคลื่อนที่ล่วงหน้าไว้แล้ว — Bill Gray ผู้ก่อตั้งโครงการ Project Pluto เป็นคนแรกที่คำนวณวิถีการชนของ Falcon 9 ลำนี้ และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยพรีปรินท์ที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเปลี่ยนอุบัติเหตุครั้งนี้ให้กลายเป็นการทดลองที่สามารถคาดการณ์และสังเกตการณ์ได้













