ครั้งหนึ่ง Valve เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะยัด《Half-Life: Alyx》ลงในชุดหูฟัง VR แบบสแตนด์อโลนได้ เกมนี้เปิดตัวในปี 2020 สำหรับ PC VR โดยเฉพาะ มีขนาดทรัพยากรกราฟิกที่มหาศาล เดิมทีต้องอาศัยการประมวลผลจากคอมพิวเตอร์จึงจะเล่นได้ลื่นไหล แต่ Valve ระบุว่าเทคนิค foveated rendering ที่ทำงานร่วมกับระบบติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา (eye tracking) กลายเป็น "ทางออก" ที่ทำให้ทีมงานสามารถย้ายทั้งเกมมาลงชุดหูฟังรุ่นใหม่ Steam Frame ได้โดยไม่ต้องแก้ไขทรัพยากรของเกมแม้แต่น้อย และไม่ต้องเสียสละประสบการณ์การเล่นเกมไปเลย ตัวแทนที่ต้องจ่ายคือการพัฒนาซอฟต์แวร์เพิ่มเติมกว่าหนึ่งปี ซึ่งทุ่มเทให้กับไดรเวอร์ Vulkan และ SteamVR ทั้งหมด โดย Valve ระบุว่าผลงานทางวิศวกรรมเหล่านี้จะถูกนำไปใช้กับเกมอื่น ๆ ที่รันบน Steam Frame ในอนาคตด้วย
ราคาของ Steam Frame ก็ได้รับการประกาศออกมาในครั้งนี้เช่นกัน รุ่น 256GB ราคา 1,059 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่น 1TB ราคา 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมคอนโทรลเลอร์ในกล่อง หลังจากซื้อชุดหูฟังแล้ว ผู้เล่นสามารถล็อกอินเข้า Steam Frame ไปที่เมนูการตั้งค่า เพื่อรับรหัสแลกรับ《Half-Life: Alyx》เวอร์ชันรีเมคได้ทันที
อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ก็เปิดตัวพร้อมกันด้วย อะแดปเตอร์จ่ายไฟ (PSU) สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ในตัวขนาด 21.6Wh ราคา 29 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากมีที่ชาร์จ USB-C กำลังไฟสูงอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม ชุดอุปกรณ์เปลี่ยนทดแทน (Accessory Replacement Kit) ราคา 49 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยแผ่นรองใบหน้า แผ่นรองศีรษะ และแผ่นบังแสง 1 ชิ้น ส่วนชุดอุปกรณ์เสริมตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomic Accessories Kit) ราคา 59 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยสายรัดคอนโทรลเลอร์ 2 เส้น ฝาครอบแบตเตอรี่สายรัดคอนโทรลเลอร์ 2 ชิ้น สายรัดศีรษะด้านบน 1 เส้น และแผ่นบังแสงรุ่นขยาย 1 ชิ้น นอกจากนี้ Zenni Optical จะเปิดตัวเลนส์สายตาสั้นแบบสั่งทำในอนาคต ส่วน Arcturus ก็มีแผนเปิดตัวอุปกรณ์เสริมกล้อง RGB เช่นกัน โดยราคาของทั้งสองรายการยังไม่มีการเปิดเผย






