จากเดิมที่ให้บริการใน 10 เขตเมืองใหญ่ ก้าวกระโดดไปสู่เกือบ 500 เมือง การขยายตัวครั้งนี้ของ Amazon ไม่ใช่การเพิ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นการดันขนาดบริการส่งของด้วยโดรน Prime Air ขึ้นไปถึง 6 เท่าในคราวเดียว ปัจจุบัน Prime Air เปิดให้บริการใน 10 เขตเมืองใหญ่ทั่วสหรัฐฯ ผ่าน 11 ฐานปฏิบัติการ แต่ละแห่งครอบคลุมพื้นที่ 175 ตารางไมล์ ครอบคลุมเมืองฟีนิกซ์ แทมปา แคนซัสซิตี้ โอมาฮาในเนแบรสกา แบตันรูชในลุยเซียนา ดีทรอยต์ ฮุสตัน ซานอันโตนิโอ รวมถึงดัลลัสและเวโกในเท็กซัส
เมืองที่จะเข้าร่วมต่อไปคือชิคาโกและแอตแลนตา สองเขตเมืองใหญ่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีซีราคิวส์ในนิวยอร์ก คลีฟแลนด์ในโอไฮโอ และบอยซีในไอดาโฮ Amazon ระบุว่าจะทยอยขยายพื้นที่ต่อไปในช่วงปลายปีนี้ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือให้บริการครอบคลุมเกือบ 500 เมืองภายในสิ้นปี
สิ่งของที่โดรนจะส่งถึงหน้าบ้านได้มีข้อจำกัดชัดเจน คือน้ำหนักไม่เกิน 5 ปอนด์ และขนาดต้องใส่ในกล่องรองเท้าใบใหญ่ได้ Amazon ระบุว่าคำสั่งซื้อส่วนใหญ่จะจัดส่งถึงภายใน 60 นาที บางออเดอร์อาจใช้เวลาเพียง 30 นาที
โครงสร้างค่าบริการแบ่งเป็น 3 ระดับ สมาชิก Prime ที่สั่งซื้อครบ 50 ดอลลาร์ขึ้นไปจะได้ส่งฟรีด้วยโดรน ส่วนออเดอร์ที่มูลค่าต่ำกว่านั้นจะมีค่าบริการเพิ่ม 3 ดอลลาร์ สำหรับผู้ที่ไม่ใช่สมาชิก Prime แต่ต้องการให้ส่งด่วนเร่งด่วน เช่น มือถือสำรองที่ต้องใช้แก้ขัดทันที ค่าบริการจะอยู่ที่ 5 ดอลลาร์
การขยายตัวครั้งนี้ไม่ได้สำคัญตรงที่มีชื่อเมืองเพิ่มมาแค่สองเมือง แต่อยู่ที่ Amazon กำลังผลักดันบริการส่งสินค้าด้วยโดรน ซึ่งเดิมทีจำกัดอยู่แค่เขตเมืองขนาดกลาง ให้ก้าวเข้าสู่ชิคาโกและแอตแลนตาเป็นครั้งแรกอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นและความซับซ้อนด้านโลจิสติกส์สูงกว่าเดิม ส่วนขอบเขตการให้บริการจริงและรายละเอียดการดำเนินงานของแต่ละจุดนั้น ยังคงต้องรอ Amazon ประกาศเพิ่มเติมต่อไป






