ข้อเสนอที่ Apple ยื่นต่อศาลครั้งนี้ คำนวณตัวเลขออกมาชัดเจนมาก: แอปที่เดิมจ่ายค่าคอมมิชชั่นการซื้อในแอป 30% ผ่าน App Store จะเปลี่ยนเป็นเก็บ 15% สำหรับการชำระเงินภายนอก ส่วนนักพัฒนาในโครงการ Small Business Program ที่เดิมจ่าย 15% จะเก็บการชำระเงินภายนอกที่ 5% ส่วน News Partner Program, Video Partner Program, Mini Apps Partner Program รวมถึงการต่ออายุการสมัครสมาชิก จะเก็บอัตราเดียวกันหมดที่ 10% ดูผิวเผินเหมือนเป็นการลดราคาทั้งกระดาน แต่พอเทียบดูอย่างละเอียดจะพบว่า นี่คือการหั่นสัดส่วนค่าคอมมิชชั่นการซื้อในแอปเดิมของ App Store ลงครึ่งหนึ่งพอดี
คดีความนี้เริ่มนับตั้งแต่ Epic Games ยื่นฟ้องต่อศาลในปี 2020 ผ่านมาแล้วถึงหกปี ผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers มีคำสั่งตั้งแต่ปี 2021 ให้ Apple ต้องอนุญาตให้นักพัฒนาใส่ลิงก์ชำระเงินภายนอกได้ โดยไม่ต้องผูกติดกับระบบเรียกเก็บเงินของ App Store ที่คิด 30% แต่ Apple ในเวลานั้นยังคงเก็บค่าธรรมเนียม 12% ถึง 27% จากธุรกรรมภายนอกเหล่านี้ ทำให้ Epic เห็นว่านี่คือการเปลี่ยนชื่อแต่ยังคงเก็บเงินต่อ จึงยื่นฟ้องกล่าวหาอีกครั้งว่าฝ่าฝืนคำสั่งศาล
ปีที่แล้ว ผู้พิพากษาตัดสินว่า Apple ละเมิดคำสั่งศาล (contempt of court) และมีคำสั่งโดยตรงห้าม Apple เก็บค่าธรรมเนียมใดๆ จากการชำระเงินภายนอกอีกต่อไป เท่ากับหั่นค่าคอมมิชชั่นลงเหลือศูนย์ ศาลอุทธรณ์ยังคงยืนยันคำตัดสิน "ละเมิดคำสั่งศาล" แต่กลับพลิกคำสั่งข้อที่ว่า "ห้ามเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น" โยนปัญหากลับไปที่จุดเริ่มต้น นั่นคือสัดส่วนค่าคอมมิชชั่นที่เป็นธรรมควรอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้ต้องให้ผู้พิพากษาตัดสินใหม่อีกครั้ง ข้อเสนอ 5% ถึง 15% ที่ Apple ยื่นครั้งนี้ ก็คือคำตอบที่ Apple ให้มาเอง
ในขณะเดียวกัน คดีความระหว่าง Google กับ Epic ก็ยังไม่จบเช่นกัน Google เปิดให้ใช้ระบบเรียกเก็บเงินภายนอกใน Play Store ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนปีนี้ พร้อมปรับลดค่าคอมมิชชั่นให้เหลือ 10% เท่ากันหมด ไม่ว่าผู้บริโภคจะใช้ระบบชำระเงินแบบไหน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป แพลตฟอร์ม Android ก็เริ่มอนุญาตให้ติดตั้งแอปสโตร์จากบุคคลที่สามได้ด้วย แต่ Epic ยื่นคำร้องต่อศาลว่า Google ออกแบบขั้นตอนการติดตั้งสโตร์คู่แข่งให้ยุ่งยากซับซ้อนเกินไป หลังจากผู้พิพากษาตรวจสอบขั้นตอนการติดตั้งแล้ว ก็ได้สั่งให้ Google เอา "อุปสรรคต่อต้านการแข่งขัน" เหล่านี้ออกไป
ทั้งสองบริษัทเดินคนละเส้นทางกันโดยสิ้นเชิง Google ถูกสั่งให้เปิดประตูให้กว้างขึ้นอีก ส่วน Apple พยายามพิสูจน์ว่าประตูที่ตัวเองเปิดอยู่นั้นกว้างพอแล้ว ส่วนอัตราค่าคอมมิชชั่นสุดท้ายจะเป็นเท่าไหร่ ยังคงต้องรอคำตัดสินจากผู้พิพากษาต่อไป






