เดือนที่แล้ว Capital B ซื้อบิตคอยน์ไปแค่ 6 เหรียญ แต่เดือนนี้ตัวเลขพุ่งขึ้นกว่า 60 เท่า บริษัทสำรองบิตคอยน์สัญชาติฝรั่งเศสรายนี้ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าได้ทุ่มเงิน 25.3 ล้านยูโร (ประมาณ 29.4 ล้านดอลลาร์) ซื้อบิตคอยน์ 376 เหรียญ ถือเป็นการเข้าซื้อครั้งเดียวที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 ที่เคยซื้อครั้งเดียว 551 เหรียญ เมื่อเทียบกันแล้ว ความต่างของตัวเลขนี้เองที่เป็นจุดที่น่าจับตามากที่สุดในข่าวนี้
หลังเข้าซื้อเพิ่ม ยอดถือครองบิตคอยน์รวมของ Capital B พุ่งไปอยู่ที่ 3,521 เหรียญ ด้วยเงินลงทุนสะสมทั้งหมด 309.4 ล้านยูโร (ประมาณ 359.3 ล้านดอลลาร์) เมื่อคำนวณแล้วต้นทุนเฉลี่ยต่อเหรียญอยู่ที่ 87,878 ยูโร (ประมาณ 102,058 ดอลลาร์) ตัวเลขต้นทุนเฉลี่ยนี้ ในระดับหนึ่งก็เป็นจุดอ้างอิงที่ตลาดใช้พิจารณาว่าการเข้าซื้อรอบนี้คุ้มค่าหรือไม่
เงินทุนที่ใช้ครั้งนี้ไม่ใช่โชคลาภที่ได้มาโดยบังเอิญ แต่มาจากการเพิ่มทุนแบบส่วนบุคคลที่บริษัทเพิ่งปิดรอบไปเมื่อไม่นานนี้ โดยเฉพาะดีลหนึ่งมูลค่า 28.7 ล้านยูโร (ประมาณ 33.3 ล้านดอลลาร์) ที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ Adam Back ผู้บุกเบิกแนวคิดบิตคอยน์ยุคแรกและผู้ร่วมก่อตั้ง Blockstream ได้ลงทุนเพิ่มอีก 7.6 ล้านยูโร (ประมาณ 8.8 ล้านดอลลาร์) ในรอบระดมทุนนี้ ตามคำแถลงของบริษัท การลงทุนเพิ่มครั้งนี้ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของเขาบนฐานหุ้นสามัญพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 17.64% สำหรับบริษัทที่ให้บิตคอยน์เป็นแกนหลักของงบดุล การที่ผู้ก่อตั้งระดับนี้เข้าซื้อหุ้นเพิ่ม ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตามากกว่ามูลค่าเงินที่ใช้ซื้อบิตคอยน์เสียอีก
Capital B เดิมมีชื่อว่า The Blockchain Group ก่อนจะเปลี่ยนชื่อในเดือนกรกฎาคม 2025 และปรับทิศทางองค์กรให้เน้นกลยุทธ์การถือครองบิตคอยน์เป็นสำรองหลัก ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทเคยเปิดเผยว่ากำลังศึกษาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีบิตคอยน์เป็นหลักประกันสำหรับตลาดยุโรป โดยอ้างอิงจาก STRC ของ Strategy และ SATA ของ Strive ซึ่งสะท้อนว่า Capital B ไม่ได้แค่สะสมบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังจับตาดูว่าบริษัทลักษณะเดียวกันในสหรัฐฯ นำสินทรัพย์บิตคอยน์ที่ถือครองไปแปลงเป็นเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ ได้อย่างไร
ราคาบิตคอยน์เองซื้อขายอยู่ที่ราว 79,500 ดอลลาร์ในวันจันทร์ โดยไม่ผันผวนมากนักในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ราคาเคยพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบที่ 81,700 ดอลลาร์ ก่อนจะปรับตัวลงมา ส่วนการที่ Capital B เลือกเพิ่มการถือครองในช่วงที่ราคาปรับลงจากจุดสูงสุดนั้น เกี่ยวข้องกับการประเมินทิศทางราคาหรือไม่ ทางแถลงการณ์ไม่ได้ระบุไว้