คู่หนุ่มสาวที่เคยเล่นเกมหลอกกันจนสุดท้ายตกหลุมรักจริงในปี 2003 อาจต้องมาเดิมพันกันอีกครั้ง ตามรายงานของ Variety ภาคต่อของ "How To Lose A Guy In 10 Days" กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาช่วงต้นของพาราเมาท์ โดยทั้ง Kate Hudson และ Matthew McConaughey อยู่ระหว่างเจรจากลับมารับบทเดิมของตัวเอง นั่นคือ Andie Anderson นักเขียนคอลัมน์ และ Benjamin Barry ผู้บริหารฝ่ายโฆษณา
คอนเซปต์ของเรื่องต้นฉบับก็เป็นความบังเอิญที่ชวนขันในตัวเองอยู่แล้ว เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างพนันกันว่าจะใช้อีกฝ่ายเป็นเครื่องมือไปสู่จุดหมาย คนหนึ่งต้องพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถทำให้ผู้ชายหนีหายภายในสิบวัน อีกคนต้องพิสูจน์ว่าตัวเองสามารถทำให้ผู้หญิงตกหลุมรักหัวปักหัวปำภายในสิบวันเช่นกัน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นความรักที่แท้จริง สำหรับภาคต่อนี้ ตอนนี้ยังไม่มีนักเขียนบทที่แน่ชัด ทั้งนักแสดงและทีมงานสร้างสรรค์หลักก็ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ Hudson ยืนยันแล้วว่าจะรับหน้าที่ควบคุมงานสร้างผ่านบริษัทผลิตของเธอเอง Shiny Penny ร่วมกับ Stacey Sher ผู้อยู่เบื้องหลัง "Pulp Fiction" และ "Gattaca" ส่วนตัวผู้กำกับ ทิศทางเนื้อเรื่อง และวันเข้าฉาย ยังไม่มีการเปิดเผยในขณะนี้
ภาคต้นฉบับกำกับโดย Donald Petrie พร้อมนักแสดงร่วมอย่าง Kathryn Hahn, Adam Goldberg และ Thomas Lennon ด้วยทุนสร้างราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำเงินทั่วโลกไปเกือบ 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถือเป็นหนึ่งในหนังรอมคอมสุดคลาสสิกแห่งยุคนั้น
สำหรับ Hudson นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพูดถึง "โอกาสที่พลาดไปหรือคว้าไว้ในวันวาน" เมื่อปีที่แล้วเธอเพิ่งเปิดเผยว่าตัวเองเคยได้รับการทาบทามให้เล่นบทนำใน "The Devil Wears Prada" แต่ต้องปฏิเสธเพราะตารางงานชนกัน โดยเธอยอมรับในภายหลังว่า "ตอนนั้นฉันน่าจะหาทางจัดสรรเวลาไปเล่นให้ได้ แต่ฉันไม่ได้ทำ" ผลงานล่าสุดของเธอรวมถึง "Song Sung Blue" ที่ร่วมงานกับ Hugh Jackman และทำให้เธอได้เข้าชิงออสการ์เป็นครั้งที่สอง รวมถึงซีรีส์คอมเมดี้กีฬาของ Netflix เรื่อง "Running Point"
เส้นทางของ McConaughey นั้นสวนทางกันโดยสิ้นเชิง เขาตั้งใจถอนตัวออกจากหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ในช่วงปลายยุค 2000s และเมื่อสองปีก่อนก็เผยว่าครั้งหนึ่งเคยคิดจะเลิกแสดงไปเลย เพราะบทที่ได้รับมามันน่าผิดหวังเกินไป หลังจากพักยาวถึงหกปี เขาก็กลับมาบนจอเงินอีกครั้งด้วย The Lost Bus และ The Rivals Of Amziah King โดยในบทสัมภาษณ์กับ NME เมื่อปีที่แล้ว เขาบอกว่า "มันต้องพิเศษจริงๆ หรือต้องโดนใจผมในทางที่ถูก ผมถึงจะกลับมายืนหน้ากล้องอีกครั้ง"