ผ่านไปเพียงปีเดียวจากรุ่นสีขาวเต็มไปด้วยคริสตัลเมื่อปีที่แล้ว Motorola ก็นำงานฝีมือชุดเดิมมาเปลี่ยนสีเปิดตัวใหม่อีกครั้ง คราวนี้เป็นสีดำ ซึ่งทางบริษัทเรียกว่า Pantone Meteorite ตัวเครื่องยังคงมีคริสตัลฝังมือ 35 เม็ด และที่บานพับยังฝังคริสตัลเจียระไน 32 เหลี่ยมอีก 1 เม็ด เพื่อเป็นจุดเด่นทางสายตาของเครื่องทั้งหมด

เมื่อเทียบกับรุ่นร่วมมือกับ Swarovski เมื่อปีที่แล้ว รุ่นใหม่นี้ใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น ตัวเครื่องมีลายนูนแบบ "ตะเข็บหนังเทียม" และมาพร้อมเคสใสฟรี โดยทางบริษัทระบุว่า "ปกป้องดีไซน์ แต่ไม่บดบังความงาม" ซึ่งแม้จะเป็นภาษาการตลาดของแบรนด์เอง แต่อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตต้องการให้ผู้ซื้อโชว์คริสตัลออกมาให้เห็นเวลาใช้งาน

สเปกฮาร์ดแวร์ไม่ได้อัปเกรดตามรุ่น ยังคงใช้การจัดวางของ Razr เจเนอเรชันนี้ (รุ่นปี 2026) ได้แก่ ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7450X, RAM 8GB, พื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 256GB เมื่อพับเก็บจะมีหน้าจอด้านนอกขนาด 3.6 นิ้ว เมื่อกางออกจะเป็นหน้าจอหลัก AMOLED ขนาด 6.9 นิ้ว กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทางบริษัทระบุว่าใช้งานได้นาน 36 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เครื่องรุ่นนี้ขายไม่ใช่ที่ประสิทธิภาพ แต่เป็นคริสตัลที่ประดับอยู่นั่นเอง

Razr รุ่นคริสตัลนี้จะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 10 กันยายน ในราคา 900 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้าจะได้รับหูฟัง Moto Buds 2 Plus ที่ฝังคริสตัลเช่นกัน พร้อมกับนาฬิกา Moto Watch รุ่นพื้นฐาน ถือเป็นชุดอุปกรณ์ธีมเดียวกันครบชุดในคราวเดียว
ในวันเดียวกัน Motorola ก็ได้เปิดตัว Moto Watch Ultra ในราคา 350 ดอลลาร์สหรัฐ นาฬิการุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อ LTE และ GPS แบบ Dual-band มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาดใหญ่ ผสานการทำงานกับ Wear OS by Google และมีระบบชำระเงินผ่าน NFC ในตัว โดยทางแบรนด์ระบุว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้นานราว 2 วัน แม้จะไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ Razr รุ่นคริสตัล แต่ก็เปิดตัวพร้อมกันในวันที่ 10 กันยายนนี้เช่นกัน