ช่วงต้นปีนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่สะพัดไปทั่ว Adnan Ahmed บรรณาธิการของ Engadget ก็ยังตัดสินใจใส่ OnePlus 15 ลงตะกร้าสินค้าอยู่ดี เขาไม่สนใจว่าสเปคกล้องจะด้อยกว่าคู่แข่งไปบ้าง เพราะแลกมาด้วยราคาที่ถูกกว่าเรือธงของ Samsung หรือ Apple อยู่มาก หน้าจอ OLED ที่สว่างจ้า พลังประมวลผลจาก Snapdragon 8 Elite Gen 5 และการชาร์จไฟเร็ว 120W เขาบอกว่าประสบการณ์การใช้งานซอฟต์แวร์ตัวนี้ลื่นไหลกว่าอินเทอร์เฟซ Android ตัวไหนๆ ที่เขาเคยใช้มา
การลงเดิมพันครั้งนี้ถือว่ามาไม่ช้าเกินไป เพราะ OnePlus ยืนยันอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2026 ว่าถอนตัวออกจากตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปแล้ว มือถือส่วนใหญ่บนเว็บไซต์ทางการตอนนี้แสดงสถานะสินค้าหมด แต่ยังสามารถหาซื้อได้ผ่านช่องทางบุคคลที่สามอย่าง Amazon ก่อนหน้านี้ Engadget เคยรีวิว OnePlus 15 ราคา 900 ดอลลาร์และให้คะแนนค่อนข้างดี มีเพียงจุดเดียวที่ยังกังขาคือประสิทธิภาพของกล้อง

ต้องบอกลา OxygenOS
OnePlus เริ่มต้นจาก CyanogenMod ซึ่งเป็น Android เวอร์ชันที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ก่อนจะพัฒนา OxygenOS ขึ้นมาเอง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายควบคู่กับความสามารถในการปรับแต่งสูง และกลายเป็นเอกลักษณ์หลักของแบรนด์นี้ไปเลย OnePlus ระบุว่าซอฟต์แวร์และการซัพพอร์ตหลังการขายของรุ่นที่มีอยู่แล้วจะยังคงดำเนินต่อไป แต่การอัปเดตระบบเวอร์ชันใหญ่ในอนาคตจะเปลี่ยนไปใช้ ColorOS ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในมือถือ Oppo แทน เป็นเรื่องเข้าใจได้ที่ผู้ใช้รุ่นเก่าจะรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม OxygenOS และ ColorOS ใช้โค้ดเบสร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2021 แล้ว ทำให้อินเทอร์เฟซของทั้งสองระบบมีความใกล้เคียงกันมากอยู่แล้ว ความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่ ColorOS มีซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งมาล่วงหน้ามากกว่า OxygenOS เล็กน้อย แต่ถ้าฟีเจอร์เล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ OnePlus ต้องหายไปด้วย ก็ต้องบอกว่าน่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

ความเสี่ยงสูง แต่เงื่อนไขยังชัดเจนอยู่
OnePlus 15 และ OnePlus 15R ยังคงได้รับการอัปเดต Android เวอร์ชันใหญ่ถึง 4 ครั้ง พร้อมอัปเดตความปลอดภัยนาน 6 ปี บริการหลังการขายสามารถขอรับได้ผ่านเว็บไซต์ OnePlus Support โดยทางบริษัทระบุว่าจะยังคงปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับประกันเดิมต่อไป นอกจากนี้ OnePlus ไม่เหมือน Apple ที่ผูกผู้ใช้ไว้ในระบบนิเวศแบบปิด ต่อให้ซื้อ OnePlus Buds หรือ OnePlus Watch มาใช้ ก็ยังสามารถจับคู่กับมือถือ Android ยี่ห้ออื่นได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลว่าฟังก์ชันจะถูกตัดทอน
ถ้าตั้งใจแน่วแน่ว่าอยากได้มือถือ OnePlus สักเครื่อง ตอนนี้จะซื้อก็ยังทำได้อยู่ แต่ต้องทำใจยอมรับก่อนว่า ต่อจากนี้สิ่งที่จะมาพร้อมกับการอัปเดตระบบ จะเป็น ColorOS ไม่ใช่ OxygenOS ที่เคยทำให้ใครหลายคนหลงใหลอีกต่อไป






