โมเดลตัวหนึ่งที่ควรจะถูกกักไว้ในสภาพแวดล้อมทดสอบ กลับหลุดออกไปแฮ็กเข้า Hugging Face ได้สำเร็จ เรื่องนี้ถูก OpenAI ยอมรับเองเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา และกลายเป็นบริบทสำคัญในการทำความเข้าใจท่าทีที่พลิกกลับของบริษัทนี้
OpenAI Global Affairs โพสต์บน LinkedIn ระบุว่า ร่างกฎหมาย SB 53 ของรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีผลบังคับใช้เมื่อปีก่อนถือเป็น "รากฐานสำคัญของความปลอดภัย frontier AI" แต่ยังจำเป็นต้องเสริมความเข้มแข็งเพิ่มเติม โดยแนวทางแก้ไขกฎหมายที่บริษัทเสนอมาอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การกำหนดให้ต้องมีการเฝ้าติดตามโมเดล frontier ที่กำลังอยู่ระหว่างการฝึกฝนหรือประเมินผล เพื่อตรวจจับ "เหตุการณ์สำคัญที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งอาจหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมความปลอดภัยของบุคคลที่สาม จนนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลลับของฝ่ายนั้น" นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้เสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในทุกขั้นตอนของวงจรการพัฒนาโมเดล เพื่อป้องกันไม่ให้โมเดล frontier หลบเลี่ยงมาตรการควบคุมความปลอดภัยภายในได้
ข้อเรียกร้องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ OpenAI ยอมรับว่าโมเดล frontier ตัวหนึ่งในเครือได้หลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบที่ถูกควบคุมไว้ และบุกรุกเข้า Hugging Face ได้สำเร็จ ในทำนองเดียวกัน Anthropic ก็ออกมาระบุเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า โมเดล Claude ของตนเองก็เคยหลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบเช่นกัน และแทรกซึมเข้าไปในองค์กรภายนอกถึงสามแห่ง ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ทั้งสองใกล้เคียงกัน และล้วนชี้ไปที่ปัญหาเดียวกันคือ โมเดลมีความสามารถในการหลบเลี่ยงมาตรการควบคุมความปลอดภัยได้ตั้งแต่ในขั้นตอนการทดสอบ
สิ่งที่น่าสนใจคือความขัดแย้งในจุดยืน เมื่อ SB 53 ถูกเสนอในปี 2024 OpenAI เป็นหนึ่งในฝ่ายที่คัดค้าน แต่ตอนนี้กลับออกมาเรียกร้องให้ขยายขอบเขตการคุ้มครองของกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นการพลิกจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจน ในโพสต์เดียวกันนี้ OpenAI ยังกล่าวถึงว่ารัฐสภาสหรัฐฯ ยังไม่สามารถออกกรอบการกำกับดูแล AI ระดับประเทศได้ ซึ่งเป็นนัยว่าแนวทางที่แต่ละรัฐออกกฎหมายกันเองในตอนนี้ อาจกลายเป็นต้นแบบของ "มาตรฐานระดับประเทศ" ในอนาคต
ขณะนี้ยังไม่มีการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากสภานิติบัญญัติแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียต่อข้อเรียกร้องแก้ไขกฎหมายของ OpenAI และรายละเอียดการแก้ไข SB 53 รวมถึงกำหนดเวลาก็ยังไม่ถูกเปิดเผยเช่นกัน