หากจะดู DVD หรือเล่นเกม GameCube บนเครื่องนี้ คุณต้องกดปุ่มจริงบนตัวเครื่องก่อน เพราะมันไม่สามารถตรวจจับเองได้ว่าแผ่นที่ใส่เข้าไปเป็นแผ่นเกมหรือแผ่นหนัง ในจังหวะที่สลับโหมด ระบบจะปิดการทำงานของฝั่งที่กำลังทำงานอยู่ แล้วเปิดอีกฝั่งขึ้นมาใหม่ นี่ไม่ใช่บั๊ก แต่เป็นตรรกะการออกแบบที่ติดตัว Panasonic Q มาตั้งแต่แรก พูดให้ถูกคือมันไม่ใช่เครื่องลูกผสม แต่เป็นเครื่องสองเครื่องที่แยกกันโดยสมบูรณ์ เพียงแค่มาแชร์เปลือกนอกร่วมกันเท่านั้น
Panasonic SL-GC 10 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Panasonic Q วางจำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่นเมื่อเดือนธันวาคม 2001 ห่างจากวันวางขาย GameCube ครั้งแรกในประเทศเพียงสามเดือน รูปลักษณ์ของมันไม่เหมือนเครื่องเล่นเกมของ Nintendo เลยแม้แต่น้อย กลับดูใกล้เคียงกับอุปกรณ์โฮมเธียเตอร์ในยุคนั้นมากกว่า ด้วยแผงหน้าปัดกระจกเงา จอ LCD แบบมีไฟหลัง และพอร์ตเชื่อมต่อที่เรืองแสงสีฟ้า การผสมผสานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะ Matsushita ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Panasonic ในตอนนั้น เคยมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานแผ่น miniDVD ของ GameCube มาก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทจึงไม่ธรรมดาตั้งแต่ต้น

Panasonic ทุ่มเทกับส่วนโฮมเธียเตอร์อย่างจริงจัง ตัวเครื่องมีโหมดประมวลผลภาพแบบ Cinema ในตัว รองรับระบบเสียง Dolby Digital, DTS Surround Sound ฟีเจอร์เสริมความชัดของบทสนทนา และเสริมเสียงเบส แต่ฟีเจอร์เหล่านี้ไม่มีประโยชน์อะไรกับการเล่นเกมเลย เพราะเสียงเกมยังคงส่งออกผ่านระบบอนาล็อกดั้งเดิมของ GameCube เส้นทางสัญญาณเสียงของทั้งสองระบบแยกจากกันโดยสิ้นเชิง เวลาเล่น Metroid Prime หรือ Super Mario Sunshine คุณจะไม่ได้สัมผัสการประมวลผลเสียงระดับโรงภาพยนตร์ใด ๆ เลย
หากตัดความพิเศษของเปลือกนอกออกไป ส่วนที่เป็นเครื่องเล่นเกมของ Panasonic Q ก็ไม่ต่างจาก GameCube ทั่วไปเลย ใช้ช่องเสียบคอนโทรลเลอร์แบบเดียวกัน ช่องใส่เมมโมรี่การ์ดแบบเดียวกัน ความเข้ากันได้ของเกมเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่เวอร์ชันดั้งเดิมที่ไม่ได้ผ่านการดัดแปลงจะถูกล็อกโซนให้ใช้ได้เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น อุปกรณ์เสริมก็ยังคงคอนเซปต์สองแบรนด์ โดยมีจอยคอนโทรลเลอร์ GameCube สีเทาเวอร์ชัน Panasonic คู่กับรีโมทควบคุม DVD โทนสีเดียวกัน แม้แต่อุปกรณ์เสริม Game Boy Player ของแท้จาก Nintendo ก็ยังใส่ไม่เข้า เพราะฐานตัวเครื่องมีรูปทรงต่างกัน ทำให้ Panasonic ต้องออกเวอร์ชันดัดแปลงเฉพาะเพื่อให้ใช้งานร่วมกันได้

เครื่องนี้เมื่อวางขายในญี่ปุ่นตั้งราคาไว้ที่ 39,800 เยน คำนวณตามอัตราแลกเปลี่ยนในตอนนั้นราวๆ 313 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเท่ากับราคาเปิดตัวของ PS2 ในญี่ปุ่นเลยทีเดียว ความแตกต่างอยู่ที่ PS2 วางจำหน่ายก่อนเกือบสองปี จึงสะสมฐานผู้ใช้จำนวนมหาศาลไว้แล้ว อีกทั้งฟังก์ชันเล่น DVD ก็ถูกใช้เป็นจุดขายหลักตั้งแต่แรกเริ่ม และไม่ต้องรีสตาร์ทเครื่องเพื่อสลับโหมดด้วย ส่วน Panasonic Q นั้นไม่เคยวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนอกประเทศญี่ปุ่นเลย เครื่องที่หลุดออกไปยังต่างประเทศส่วนใหญ่จึงเป็นเครื่องที่แฟนๆ ดัดแปลงเองหรือนำเข้าแบบเครื่องหิ้ว
เพราะยอดขายในตอนนั้นไม่มากนัก ทำให้ปัจจุบัน Panasonic Q ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดมีจำนวนน้อยมาก Engadget รายงานว่าราคาซื้อขายเครื่องเปล่าบน eBay ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 1,200-1,300 ดอลลาร์สหรัฐ หากเป็นชุดที่ยังมีกล่องและคู่มือครบตามมาตรฐานโรงงาน ราคาอาจพุ่งทะลุ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐไปเลย ปุ่มที่ต้องกดด้วยมือเพื่อสลับโหมดในสมัยนั้น วันนี้กลับกลายเป็นสัญลักษณ์หายากในสายตาของเหล่านักสะสม