ด้านหนึ่ง CEO ออกมาปฏิเสธต่อสาธารณะว่าจะไม่มีการยุติการผลิตในระยะสั้น อีกด้านหนึ่ง ฝ่ายบริหารกลับเจรจากับสหภาพแรงงานจนได้ข้อตกลงเบื้องต้นเรื่องปิดสายการผลิตในปี 2030 ไปแล้ว — ท่าทีของปอร์เช่ต่อ Taycan ครั้งนี้ดูขัดแย้งกันจนแทบจะเจตนา
ตามรายงานของสื่อธุรกิจเยอรมัน WirtschaftsWoche ปอร์เช่เดิมมีแผนย้ายสายการผลิต Taycan จากโรงงาน Zuffenhausen ปัจจุบันไปยังไลพ์ซิก (Leipzig) แต่ตอนนี้แผนย้ายโรงงานดังกล่าวถูกล้มเลิกไปแล้วภายในองค์กร แผนใหม่ที่จะใช้แทนคือ: ให้ Taycan ยังคงผลิตอยู่ที่ Zuffenhausen เหมือนเดิม จนกว่าจะยุติการผลิตอย่างสมบูรณ์ในปี 2030 แม้เอกสารที่เกี่ยวข้องจะยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่ฝ่ายบริหารกับสภาแรงงาน (works council) ของปอร์เช่ได้บรรลุความเห็นพ้องต้องกันในหลักการแล้ว
ตัวเลขผลประกอบการสะท้อนแรงกดดันที่นำไปสู่การเปลี่ยนทิศทางนี้ได้ชัดเจน กำไรจากการดำเนินงานของปอร์เช่ในปีที่ผ่านมาร่วงลงอย่างหนักจาก 5,640 ล้านยูโร เหลือเพียง 413 ล้านยูโร ขณะที่ยอดขาย Taycan ก็ดิ่งลงตามกัน — ปี 2025 ขายได้เพียง 11,510 คัน จากปีก่อนหน้าที่ทำได้ 21,302 คัน ลดลงเกือบครึ่ง ตัวการสำคัญที่แย่งส่วนแบ่งตลาดไปคือ Macan EV จากค่ายเดียวกัน SUV ไฟฟ้ารุ่นนี้เปิดตัวมาได้ถูกจังหวะพอดี ตรงกับรสนิยมของลูกค้าหรูที่หันไปนิยม SUV ขนาดใหญ่มากกว่ารถสปอร์ตซีดานเตี้ยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงดึงกลุ่มลูกค้าที่เดิมอาจซื้อ Taycan ไปได้เป็นจำนวนมาก
ที่น่าสนใจคือ ก่อนข่าวลือเรื่องยุติการผลิตจะโผล่ขึ้นมาไม่นาน CEO Michael Leiters เพิ่งออกมาพูดต่อสาธารณะว่า Porsche ไม่มีแผนจะยกเลิกรุ่นนี้ในระยะสั้น แบรนด์ถึงขั้นทุ่มทรัพยากรพัฒนารุ่นปรับโฉมปี 2027 เพิ่มระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์แบบแมนนวล เพื่อพยายามเอาใจแฟนตัวยงที่ชื่นชอบสัมผัสการขับขี่แบบดั้งเดิม จากคำประกาศต่อสาธารณะจนถึงความเข้าใจตรงกันภายในองค์กร ห่างกันด้วยช่วงเวลากันชนถึงหกปี ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นท่าทีที่แท้จริงของแบรนด์ที่มีต่อรถรุ่นนี้เช่นกัน
Taycan คือรถยนต์ไฟฟ้าล้วนรุ่นแรกของ Porsche ที่ผลิตขายจริง เคยเป็นต้นแบบให้กับรถสปอร์ตไฟฟ้าสายหรู พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังงานจากแบตเตอรี่ก็สามารถขับเคี่ยวได้อรรถรสแบบรถสปอร์ตที่แท้จริง แต่ความผูกพันทางใจไม่เคยแปลงเป็นตัวเลขบวกในงบการเงินได้ ถ้าความสนใจของผู้บริโภคยังคงเย็นชาต่อเนื่อง แถมกำลังการผลิตของโรงงานที่ไลพ์ซิกก็ถูกรุ่นขายดีอื่นๆ ครองพื้นที่จนเต็ม รถสปอร์ตไฟฟ้าที่เคยนิยามยุคสมัยคันนี้ ท้ายที่สุดก็อาจต้องเงียบๆ ค่อยๆ ถอนตัวออกจากตลาดไป






