Ring ใช้การเปรียบเทียบกับกุญแจอย่างตรงไปตรงมา คนทำแม่กุญแจจะไม่เก็บกุญแจสำรองไว้เอง นี่คือคำอธิบายของ Ring แบรนด์กล้องวงจรปิดอัจฉริยะในเครือ Amazon สำหรับกลไกเข้ารหัสใหม่ที่ชื่อ TAKE (Throw Away the Key Encryption) ระบบนี้จะเริ่มทยอยปล่อยอัปเดตตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป โดยบริษัทระบุว่าจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าผู้ใช้ทุกคนจะได้รับการอัปเดตนี้
หลักการทำงานของ TAKE คือการสร้างคีย์เข้ารหัสที่ไม่ซ้ำกันและมีการหมุนเวียนสำหรับวิดีโอ Ring ทุกคลิป โดยสำเนาหนึ่งชุดจะถูกส่งเข้าไปยัง "พื้นที่แยกส่วนปลอดภัย" บนคลาวด์ คีย์นี้จะถูกใช้เพียงเพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์สมาร์ทโฮมที่ผู้ใช้เปิดไว้เท่านั้น และจะถูกลบออกจากคลาวด์ทันทีหลังใช้งานเสร็จ ผู้ใช้ยังคงเข้าถึงวิดีโอผ่านอุปกรณ์ที่ลงทะเบียนไว้ได้ตามปกติ และยังสามารถแชร์คลิปให้คนที่ไว้ใจได้เช่นเดิม ความแตกต่างอยู่ที่ตัวบริษัท Ring เองจะไม่มีความสามารถในการเข้าถึงวิดีโอเหล่านี้ในระยะยาวอีกต่อไป ก่อนหน้านี้ Ring เคยมีตัวเลือกการเข้ารหัสแบบ end-to-end เต็มรูปแบบอยู่แล้ว ซึ่งเท่ากับตัดบริษัทออกจากห่วงโซ่การเข้าถึงทั้งหมด แต่ต้องแลกกับการที่ฟีเจอร์สมาร์ทโฮมบางอย่างถูกจำกัดการใช้งาน
หากมองอัปเดตครั้งนี้ในบริบทของประวัติศาสตร์ Ring ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะยิ่งเห็นน้ำหนักของข่าวนี้ชัดเจนขึ้น ที่ผ่านมาตำรวจสามารถขอเข้าถึงภาพจากกล้องวงจรปิดของ Ring ได้โดยตรง โดยไม่ต้องเปิดเผยคำขอนั้นต่อสาธารณะ และไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของกล้องด้วยซ้ำ ซึ่งแนวทางนี้เพิ่งถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการในปี 2024 หลังจากนั้น Ring ยังได้ร่วมมือกับบริษัทด้านการสอดส่อง Flock วางแผนให้ผู้ใช้สามารถแชร์ภาพจากกล้องตามคำขอของตำรวจได้ แต่การผสานระบบนี้ก็ไม่เคยเปิดให้ใช้งานจริง และสุดท้ายก็ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Engadget Ring ระบุเหตุผลที่ยกเลิกโครงการนี้ว่า "ต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากกว่าที่คาดไว้" ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการถอยหลังหลังจากถูกกระแสสังคมต่อต้าน
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Ring ทุ่มงบมหาศาลซื้อโฆษณาช่วง Super Bowl เพื่อโปรโมตฟีเจอร์ AI ที่ชื่อว่า Search Party ซึ่งชูจุดขายว่าสามารถเชื่อมกล้อง Ring หลายตัวเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายค้นหา ช่วยตามหาสัตว์เลี้ยงที่หลงทางได้ นักวิจารณ์รีบชี้ทันทีว่าโครงสร้างเทคโนโลยีแบบเดียวกันนี้ หากนำไปใช้ติดตามคน แทนที่จะเป็นสุนัข ก็แทบไม่มีอุปสรรคทางเทคนิคใดๆ เลย โชคดีที่ฟีเจอร์นี้ตอนนี้ยังสามารถปิดได้ด้วยตัวเอง ในขณะเดียวกัน ฟีเจอร์ Familiar Faces ที่มีความสามารถจดจำใบหน้า ก็ยังคงทำงานอยู่ตามปกติ แม้ว่าขณะนี้กำลังเผชิญกับคดีความที่เกี่ยวข้องอยู่ก็ตาม
Search Party ทำหน้าที่เชื่อมโยงกล้อง ส่วน Familiar Faces ทำหน้าที่จดจำผู้มาเยือน เมื่อทั้งสองฟีเจอร์นี้ทำงานร่วมกัน ความกังวลของนักเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัวก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง ตามรายงานของ Engadget เจมี ซิมินอฟฟ์ (Jamie Siminoff) ซีอีโอของ Ring ออกมาเปิดเผยเมื่อไม่นานนี้ว่าเขา "มองเห็นอนาคตที่อัตราการก่ออาชญากรรมในย่านชุมชนหนึ่งๆ ลดลงเหลือศูนย์ได้แล้วในตอนนี้" คำพูดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ TAKE เปิดตัว ซึ่งยิ่งสะท้อนทิศทางที่แท้จริงของบริษัทได้ชัดเจนกว่าเดิม นั่นคือฝั่งเทคนิคกำลังเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบจัดการคีย์ ในขณะที่ฝั่งผลิตภัณฑ์กลับไม่ได้ชะลอฝีก้าวในการเชื่อมกล้องเข้ากับการจดจำใบหน้าแต่อย่างใด