TIDEZINE.

นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในไทยของ Roby Dwi Antonoเปิด27ตุลาคม: SUDO RUNGUที่ MOCAเก็บเสียงช่างตีเหล็กไว้ในความทรงจำ

จากถ่านสู่ประกายไฟและเถ้าถ่าน สามส่วนเชื่อมภาพยาว9เมตรกับงานถ่านที่ผู้ชมร่วมสร้าง จัดถึง3มกราคม2570 ชมภาพผลงานล่วงหน้าเพื่ออ่านเสียง ร่างกาย และความทรงจำ

Jordan Lin, Deputy Editor
นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในไทยของ Roby Dwi Antonoเปิด27ตุลาคม: SUDO RUNGUที่ MOCAเก็บเสียงช่างตีเหล็กไว้ในความทรงจำ

เมื่อเสียงค้อนหยุดลง อะไรยังคงอยู่? Roby Dwi Antonoศิลปินอินโดนีเซียเตรียมจัดนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย SUDO RUNGU: Echoes of Fireที่ MOCA BANGKOK ช่วงเปิดให้ชมทั่วไปคือ27ตุลาคม2569–3มกราคม2570 ภัณฑารักษ์คือ Loredana Pazzini Paracciani จุดเริ่มต้นมาจากงานช่างตีเหล็กของบิดาและการได้ยินที่ค่อยๆลดลง ก่อนขยายเป็นจิตรกรรม วาดเส้น ภาพถ่าย วิดีโอ และงานแบบมีส่วนร่วม ขณะนี้นิทรรศการยังไม่เปิด

ถ่าน ประกายไฟ และเถ้าถ่าน: สามคำเป็นแนวทางการชม

“Sudo Rungu”เป็นคำภาษาชวาหมายถึงการได้ยินลดลง Robyเติบโตที่อัมบาราวาในชวากลาง ไฟจากเตา กลิ่นถ่าน และเสียงโลหะในที่ทำงานของบิดากลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำส่วนตัว แทนที่จะเล่าชีวิตตามเส้นเวลา นิทรรศการแบ่งเป็น Arang, Baraและ Abu ซึ่งหมายถึงถ่าน ประกายไฟหรือไฟคุ และเถ้าถ่าน จากวัสดุที่เหลือหลังเผาไหม้ไปสู่ความร้อนที่ยังเปลี่ยนรูปโลหะได้ ก่อนเข้าสู่ร่องรอยสงบเงียบเพื่อมองความทรงจำของแรงงาน

Robyเกิดปี2533 ปัจจุบันอยู่ที่ยอกยาการ์ตา เริ่มพัฒนาวิธีทำงานด้วยตนเองจากวาดเส้น ภาพประกอบ และกราฟิกดีไซน์ ก่อนขยายไปสู่จิตรกรรม ประติมากรรม และงานจัดวาง การสนทนากับภัณฑารักษ์เริ่มมีนาคม2567 และศิลปินมาสำรวจพื้นที่ MOCAในกันยายน2568 รูปทรงในโลกจินตนาการจึงเชื่อมกลับไปยังประสบการณ์ครอบครัวที่ได้รับการทบทวนหลายครั้ง

ไม่ใช่แค่ดูภาพ ผู้ชมจะฝากร่องรอยด้วย

Ritual Arangเชิญผู้ชมเลือกถ่านที่สลักคำเกี่ยวกับแรงงานหรือชีวิต แล้วนำไปเขียนหรือวาดบนผ้าใบสีขาว เมื่อคำบนถ่านค่อยๆสึกหาย รอยใหม่กลับคงอยู่บนผืนผ้าใบ ส่วนผงถ่านที่ร่วงก็เป็นส่วนหนึ่งของงาน วัสดุเดียวจึงผ่านทั้งการสิ้นเปลืองและการบันทึก งานจะเปลี่ยนไปตลอดช่วงนิทรรศการ ผู้เข้าร่วมควรทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ตีความว่าทุกชิ้นในนิทรรศการสัมผัสได้เหมือนงานอินเทอร์แอ็กทีฟ

อีกไฮไลต์ Residurunguยาว9เมตร ประกอบภูมิทัศน์ความทรงจำที่ไม่ต่อเนื่องจากหู รากไม้ น้ำ บ้าน และร่างกาย ส่วน Dimming Memoriesแสดงตัวละครประคองภาชนะใส ปากคล้ายใบหู และภายในเชื่อมกับภาพฮิปโปแคมปัสซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างความทรงจำ ชิ้นแรกชวนสลับมองภาพรวมกับรายละเอียด ชิ้นหลังเหมาะกับการเปรียบเทียบ “ภาชนะที่มองเห็น” กับ “ความทรงจำที่ตรึงไว้ได้ยาก” ทั้งสองนำประเด็นการได้ยินกลับมาสู่ประสบการณ์มองในคนละสเกล

ตัวละครโทนเทาประคองภาชนะใสปากคล้ายหูสองมือ มีพืชกับผิวน้ำด้านหลัง
Dimming Memories (2568)ให้ทั้งตัวละครและภาชนะใสเป็นจุดรวมสายตา

ดูภาพผลงานสามชิ้นก่อน แล้ววางแผนเข้าชมตั้งแต่27ตุลาคม

บทความเลือกผลงานที่เผยแพร่ทางการสามชิ้น Sonus Extinctus (2569)จัดรูปทรงสมมาตรตามแกนกลาง จุดสี และวงกลมลอยในภาพ Dimming Memories (2568)เน้นโทนเทา ให้ภาชนะใสกับตัวละครเหมือนกำลังสบตากันอย่างช้าๆ ส่วนใบหน้าใน Ultima Lacrima (2569)ถูกแถบสีแนวนอนพาดผ่าน ลองเทียบวิธีบดบังทั้งสามแบบว่าโครงภายใน ผิวโปร่งใส และสิ่งรบกวนแนวขวางเปลี่ยนการจดจำอย่างไร ภาพทั้งสามเป็นภาพผลงานแยกชิ้น

Sonus Extinctusของ Roby Dwi Antono มีรูปทรงสมมาตรกลางภาพ ล้อมด้วยวงกลมแดงขาวและจุดสี
Sonus Extinctus (2569)วางรูปทรงสมมาตรและจุดสีบนพื้นหลังแดงเทา

พื้นที่จัดแสดงคือ Atriumชั้น Gและห้องนิทรรศการหมุนเวียน1–3ของ MOCA ที่499ถนนกำแพงเพชร6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร เวลาปกติคืออังคาร–อาทิตย์10.00–18.00น. ปิดวันจันทร์ ส่วน26ตุลาคม17.00น.เป็นงานเปิดที่ระบุแยกไว้ ไม่ใช่การเริ่มช่วงเข้าชมทั่วไปเร็วขึ้นหนึ่งวัน วางแผนเส้นทางต่อจากสถานีบางเขนของรถไฟฟ้าสายสีแดง และสอบถาม MOCAเรื่องการเข้าชมกับขอบเขตการใช้บัตรพิพิธภัณฑ์ปกติ ตรวจข้อมูลใหม่ได้ที่หน้านิทรรศการทางการหรือโทร+66 2 016 5666

ติดตามแบรนด์และหัวข้อที่คุณสนใจ

เริ่มจากแท็กแบรนด์หรือหมวดหมู่ เพื่อสร้างรายการอ่านของคุณเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

Bright at Midnight ของ Bas Jan Ader ที่กรุงเทพฯ: บล็อกคอนกรีต ถ้อยคำที่ไม่พูด และภาพเตรียมเรือ 6 นาที 39 วินาที
Art

Bright at Midnight ของ Bas Jan Ader ที่กรุงเทพฯ: บล็อกคอนกรีต ถ้อยคำที่ไม่พูด และภาพเตรียมเรือ 6 นาที 39 วินาที

Bangkok Kunsthalle จัดถึง 10 มกราคม 2570 นำสามผลงานยุคทศวรรษ 1970 กลับมาทำงานในกรุงเทพฯ ผ่านน้ำหนักกับความเปราะบาง ข้อความกับแสง และภาพจดหมายเหตุก่อนข้ามมหาสมุทร

Esther Luo เตรียมเปิด Love in Silence ที่กรุงเทพฯ: ช่วงเวลาเงียบงามในม้าหมุนและภาพหิมะ
Art

Esther Luo เตรียมเปิด Love in Silence ที่กรุงเทพฯ: ช่วงเวลาเงียบงามในม้าหมุนและภาพหิมะ

Maison JE Bangkok เตรียมเปิดนิทรรศการเข้าชมฟรี 31 ตุลาคม–24 ธันวาคม ชวนดูพื้นผิวสีคล้ายเม็ดละเอียด ภาพซ้อนในภาพ และตัวละครแบบนิทาน พร้อมจำไว้ว่าแสดงอังคารถึงอาทิตย์และปิดวันจันทร์

JAMSTYLE JARO ที่ฮ่องกง: มังกรดื่มชามะนาว วิหคแดงกินบะหมี่เกี๊ยวใน Tai Kwun
Art

JAMSTYLE JARO ที่ฮ่องกง: มังกรดื่มชามะนาว วิหคแดงกินบะหมี่เกี๊ยวใน Tai Kwun

JAM STYLE meets Hong Kong จัดถึง 31 ตุลาคม ชมภาพ 65×53 ซม. สี่ชิ้นที่เชื่อมสีหน้ากับท่าทางกินดื่ม พร้อมข้อมูลเปิดวันอังคารถึงเสาร์

นิทรรศการพ่อ–ลูก Suh Se Ok และ Suh Do Ho ที่ซองบุก: จากมือจับประตูฮันอกสู่ผู้คนในเส้นหมึก เข้าชมฟรีถึง 20 ธันวาคม
Art

นิทรรศการพ่อ–ลูก Suh Se Ok และ Suh Do Ho ที่ซองบุก: จากมือจับประตูฮันอกสู่ผู้คนในเส้นหมึก เข้าชมฟรีถึง 20 ธันวาคม

Caressing the Memory ที่ Seongbuk Museum of Art ใช้บ้านฮันอกที่พ่อลูกมีร่วมกันเชื่อมภาพหมึก ภาพถูพื้นผิว และภาพวาดด้วยเส้นด้าย พร้อมแยกผลงานใหม่ปี 2026 จากงานยุคก่อน และรวบรวมวันจัด เวลาเปิด และวิธีเข้าชมฟรี

บ้าน Jean Prouvé6×6 เป็นพื้นที่ชาในปารีส มองโครงสร้างเบาผ่าน36ตร.ม.
Art

บ้าน Jean Prouvé6×6 เป็นพื้นที่ชาในปารีส มองโครงสร้างเบาผ่าน36ตร.ม.

Galerie Patrick Seguin ตีความบ้านออกแบบปี1944ใหม่ด้วยแนวคิดห้องชา เหล็ก ไม้ และเสื่อทาทามิ งานเปิดถึง18นาฬิกา25ตุลาคมเวลาปารีส เป็นนิทรรศการ ไม่ใช่ที่พักใหม่

กล่องเก่ากลายเป็นภูมิทัศน์ในกรุงเทพฯ: Jeon Gi-okชวนมองการประคองผ่าน To Hold, To Be Heldที่ Atelier 9
Art

กล่องเก่ากลายเป็นภูมิทัศน์ในกรุงเทพฯ: Jeon Gi-okชวนมองการประคองผ่าน To Hold, To Be Heldที่ Atelier 9

24ตุลาคม–20ธันวาคม กระดาษลัง ภูมิทัศน์หกแผ่น และเรือพับมือทำให้รอยยับกับโครงรองรับเป็นจุดสำคัญในการชม วันจันทร์–พฤหัสบดีเข้าชมโดยนัดหมาย