สีม่วงเอโดะไม่ใช่สีที่จัดการง่าย ๆ — เข้มไปก็ดูหม่น สว่างไปก็เสียความหรูหราที่ควรจะเป็น ในคอลเลกชันฉลองครบรอบ 145 ปีของ Seiko โจทย์นี้ถูกส่งต่อไปยัง 5 ไลน์ผลิตภัณฑ์ในเครือ ให้ Prospex, Astron, Presage, Seiko 5 Sports และ Seiko Selection ต่างส่งคำตอบของตัวเองมา รวมเป็น 6 เรือนลิมิเต็ด 6 วิธีการตีความ
เรือนที่ใกล้เคียงประวัติศาสตร์แบรนด์มากที่สุดคือ Prospex Alpinist Mechanical (Ref. HBC006) ที่หยิบต้นแบบปี 1959 มาตีความใหม่ ยังคงเข็มบอกเวลาทรงลิ่มและโลโก้ Alpinist ไว้ แต่เปลี่ยนหน้าปัดเป็นสีม่วง พร้อมสายหนังที่ผ่านการรับรอง LWG จำนวนจำกัด 7,000 เรือน ส่วน Prospex Speedtimer Solar Chronograph (Ref. HBJ005) ในไลน์เดียวกันเลือกเดินอีกทาง — ใช้เครื่อง Caliber V192 โดยสีม่วงทำหน้าที่เป็นเพียงสีจุดเน้นบนหน้าปัด คู่กับขอบหน้าปัดวัดความเร็ว จำนวนจำกัด 8,000 เรือน
ที่มีเทคโนโลยีสูงที่สุดคือ Seiko Astron GPS Solar Dual-Time Chronograph (Ref. HAB011) ใช้เครื่อง Caliber 5X83 หน้าปัดไล่เฉดสีม่วงพร้อมลวดลายเส้นแนวนอน ตัวเรือนไทเทเนียมคู่กับข้อต่อสายเซรามิก ผลิตจำกัดเพียง 2,000 เรือน น้อยที่สุดในบรรดา 6 รุ่นนี้
เรือนที่ทำให้สีม่วงเอโดะกลายเป็นเรื่องราวจริง ๆ คือ Seiko Presage Cocktail Time (Ref. HCB006) แรงบันดาลใจมาจากค็อกเทลชื่อเดียวกัน "Edo Purple" ที่ปรุงโดยคิชิ ฮิซาชิ เจ้าของบาร์ STAR BAR หน้าปัดสีม่วงโปร่งแสงประดับด้วยแผ่นทองคำเปลว พร้อมเข็ม GMT จำนวนจำกัด 6,000 เรือน — เป็นเรือนเดียวใน 6 รุ่นนี้ที่เริ่มต้นแนวคิดจาก "การดื่ม" แทนที่จะเริ่มจาก "นาฬิกา"
อีกสองรุ่นที่เข้าถึงกลุ่มคนกว้างกว่า รุ่นหนึ่งวินเทจ อีกรุ่นย้อนยุค Seiko 5 Sports SKX (Ref. HDB003) สืบทอดรูปทรงนาฬิกาดำน้ำคลาสสิก หน้าปัดสีม่วงเข้มตัดกับจุดเน้นสีทองและขอบเรือนกระจก Hardlex เงาวาว ผลิตจำกัด 9,999 เรือน มากที่สุดในทั้งคอลเลกชัน ส่วน Seiko Selection "Rotocall" Digital (Ref. HFL001) นำนาฬิกาดิจิทัลปี 1982 กลับมารีเมค บนตัวเรือนเคลือบสีดำทั้งหมด สีม่วงเพียงจุดเดียวปรากฏอยู่ที่สวิตช์หมุนฟังก์ชัน ผลิตจำกัด 4,000 เรือน
ทั้ง 6 รุ่นสลักคำว่า "LIMITED EDITION" ไว้ที่ฝาหลัง จะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกที่บูติก Seiko และร้านค้าปลีกบางแห่งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 เป็นต้นไป ยังไม่มีการเปิดเผยราคา









