แค่สตริงโดเมนเดียว เกือบทำให้ฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวของ Apple เองหมดความหมายไปเลย Hide My Email เป็นบริการที่มาพร้อมกับ iCloud+ หลักการทำงานนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือเว็บไซต์จะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอีเมลที่ได้รับมานั้นเป็นที่อยู่จริงของผู้ใช้ หรือเป็นที่อยู่สำรองที่ระบบสุ่มสร้างขึ้นมา ความ "แยกแยะไม่ออก" นี่แหละคือคุณค่าหลักของฟีเจอร์ทั้งหมด
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Apple เคยระบุว่าที่อยู่ Hide My Email ที่สร้างขึ้นใหม่จะเปลี่ยนไปใช้โดเมน @private.icloud.com แทนที่ @icloud.com เดิม ปัญหาคือ เมื่อเว็บไซต์เห็นคำต่อท้าย @private.icloud.com ก็จะสามารถระบุได้ทันทีว่านี่คืออีเมลส่งต่อแบบนิรนาม ไม่ใช่อีเมลจริงของผู้ใช้ สำหรับเว็บไซต์จำนวนมากที่ให้ความสำคัญกับการติดตามตัวตนผู้ใช้ ช่องว่างข้อมูลนี้มีมูลค่าสูงมาก เพราะอีเมลที่สามารถผูกกับผู้ใช้รายใดรายหนึ่งได้นั้นมีประโยชน์มากกว่าอีเมลที่ตรวจสอบตัวตนไม่ได้มาก และการบล็อกหรือปฏิเสธการลงทะเบียนจากโดเมนดังกล่าวก็ไม่ใช่เรื่องที่นึกภาพไม่ออก
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Apple ประกาศถอนแผนการเปลี่ยนแปลงนี้ผ่านทางคำอธิบายสำหรับนักพัฒนาบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ โดยเผยแพร่ผ่านหมายเหตุถึงนักพัฒนาโดยไม่ได้ระบุเหตุผลโดยละเอียด John Gruber ผู้เขียนบล็อก Daring Fireball รายงานว่าพนักงานภายในทีม Hide My Email "คัดค้านอย่างหนัก" ต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ และบน Reddit ก็มีเสียงคัดค้านในทำนองเดียวกันจากผู้ใช้ คำถามที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ว่าทำไม Apple ถึงเปลี่ยนใจ แต่เป็นว่าแผนนี้ผ่านการอนุมัติมาได้อย่างไรตั้งแต่แรก
ไม่ใช่ว่าอีเมลทุกแบบจะคงรูปแบบเดิมไว้ทั้งหมด เพราะในระบบส่งต่ออีเมลของ Apple ยังคงมีบางส่วนที่จะใช้โดเมนใหม่ @private.icloud.com นั่นคือที่อยู่ใหม่ที่สร้างขึ้นผ่าน Sign in with Apple ซึ่งคาดว่าจะย้ายไปใช้โดเมนใหม่ภายในปีนี้ กรณีนี้ไม่ถือเป็นปัญหาด้านความเป็นส่วนตัว เพราะเว็บไซต์ก็รู้อยู่แล้วว่าผู้ใช้เข้าสู่ระบบผ่าน Sign in with Apple จึงไม่มีประเด็นเรื่อง "การปลอมตัวที่ถูกจับได้" แต่อย่างใด
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในปีนี้ที่ Hide My Email ถูกนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนหน้านี้ Apple ได้แก้ไขช่องโหว่หนึ่งที่เปิดโอกาสให้บุคคลอื่นสามารถมองเห็นอีเมลจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง Hide My Email ได้ มีรายงานว่า Apple รับทราบถึงช่องโหว่นี้มาอย่างน้อยหนึ่งปีแล้ว แต่เพิ่งดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นหลังจากรายงานของ 404 Media จุดกระแสความสนใจขึ้นมา