ในตัวอย่างมีฉากหนึ่งที่ยากจะมองข้าม นั่นคือเด็กคนหนึ่งถือกล้องถ่ายวิดีโอยืนอยู่หน้าฉากหลังอันเป็นเอกลักษณ์ของ Night City ที่เต็มไปด้วยแสงนีออนและความรุนแรง นี่ไม่ใช่โลกของทีม Edgerunners ชุดเดิมจากซีซั่นแรกอีกต่อไป เพราะ Netflix ยืนยันแล้วว่า《Cyberpunk: Edgerunners》ซีซั่น 2 จะเล่าเรื่องราวของทีมทหารรับจ้างชุดใหม่ทั้งหมด เตรียมเปิดสตรีมวันที่ 20 ตุลาคม รวมทั้งซีซั่น 10 ตอน

ผลงานต่อเนื่องครั้งนี้ยังคงผลิตโดยความร่วมมือระหว่าง CD Projekt Red ผู้พัฒนา《Cyberpunk 2077》กับสตูดิโอแอนิเมชัน Studio Trigger เช่นเดิม แต่ทางทีมงานเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าซีซั่น 2 เป็นเรื่องราวที่แยกออกมาต่างหาก ไม่จำเป็นต้องดูซีซั่นแรกมาก่อนก็เข้าใจได้ Netflix บรรยายซีซั่น 2 ในประกาศว่าเป็น "บันทึกอันเปลือยเปล่าว่าด้วยการไถ่บาปและการแก้แค้น ที่เกิดขึ้นในเมืองที่ดำรงอยู่ได้ด้วยความรุนแรง" ซึ่งเป็นคำอธิบายจากทางแบรนด์เอง ส่วนทิศทางการเล่าเรื่องจริง ๆ ตัวอย่างยังไม่เปิดเผยมากนัก เพียงแค่แย้มให้เห็นหน้าใหม่ ๆ อย่างเหล่า Edgerunners, netrunner และเด็กที่ถือกล้องถ่ายวิดีโอคนนั้น

ทีมงานเบื้องหลังยังคงรักษาทีมงานหลักจากซีซั่นแรกไว้ไม่น้อย ตามรายงานของ Anime News Network ระบุว่า Kai Ikarashi ผู้ทำหน้าที่สตอรี่บอร์ดและผู้กำกับแอนิเมชันในซีซั่นแรก จะขึ้นมารับตำแหน่งผู้กำกับในซีซั่น 2 ส่วน Masahiko Otsuka หนึ่งในทีมเขียนบทของซีซั่นแรกก็กลับมารับหน้าที่เขียนบทอีกครั้ง Bartosz Sztybor ยังคงทำหน้าที่โปรดิวเซอร์และ showrunner ต่อไป ขณะที่การออกแบบตัวละครหลักในซีซั่น 2 ครั้งนี้ตกเป็นหน้าที่ของ Ichigo Kanno พูดง่าย ๆ คือเรื่องราวเปลี่ยนไป แต่ทีมงานหลักที่วางโทนของซีซั่นแรกแทบทั้งหมดยังคงอยู่

สไตล์ภาพก็เปลี่ยนบรรยากาศไปพร้อมกับเรื่องราว Netflix เรียกทิศทางภาพครั้งนี้ว่าเป็น "สไตล์แอนิเมชันที่ถูกคิดใหม่" จากตัวอย่างที่ปล่อยออกมา จะเห็นได้ว่าดูดิบกร้านและสกปรกกว่าเส้นสายที่คมชัดสดใสแบบซีซั่นแรกของ Studio Trigger อย่างชัดเจน ความรู้สึกของท้องถนนใน Night City ถูกกดให้ต่ำและหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม

ซีซั่นแรกในตอนนั้นไม่ได้แค่เสียงตอบรับดี แต่ยังช่วย CD Projekt Red ได้จริง ๆ ด้วย — หลังจากซีซั่นแรกออกฉาย ความนิยมของ "Cyberpunk 2077" บน Steam ก็กลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นล้างภาพลบจากช่วงเปิดตัวเกมได้ในระดับหนึ่ง ตอนนี้ CD Projekt Red ก็กำลังพัฒนาภาคต่อของเกมนี้อยู่แล้วด้วย นั่นทำให้ความหมายของซีซั่น 2 ไม่ได้เป็นแค่ภาคต่อของตัวอนิเมะเอง แต่เหมือนเป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่า หลังจากเปลี่ยนทีมตัวเอกไปแล้ว IP อย่าง Night City จะยังสามารถเล่าเรื่องที่คนยอมจ่ายเงินตามได้อีกครั้งหรือเปล่า