การซื้อ Fairphone สักเครื่องในสหรัฐฯ แต่ก่อนต้องยอมรับเงื่อนไขหนึ่งอย่างก่อนเสมอ นั่นคือต้องไปหาซื้อจากร้านค้าปลีกบุคคลที่สามเอง แล้วก็ต้องเสี่ยงดวงว่ามือถือเครื่องนี้จะรับสัญญาณจากค่ายมือถือของตัวเองได้ปกติหรือเปล่า ขั้นตอนการซื้อที่ดูอึดอัดนี้จบลงเสียที เมื่อ Fairphone Gen. 6+ วางจำหน่าย ซึ่งถือเป็นมือถือรุ่นแรกในประวัติศาสตร์กว่าสิบปีของแบรนด์สัญชาติเนเธอร์แลนด์รายนี้ที่วางขายอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯ
Gen. 6+ เป็นรุ่นต่อยอดจาก Fairphone 6 ที่เปิดตัวเมื่อปีก่อน โดยสเปคมีการอัพเกรดที่เห็นได้ชัดหลายจุด ชิปประมวลผลเปลี่ยนมาใช้ Snapdragon 7s Gen 4 และเป็นครั้งแรกที่มาพร้อมแรม 12GB DDR5 หน้าจอเป็น OLED ขนาด 6.3 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรช 120Hz พื้นที่เก็บข้อมูลในตัว 256GB พร้อมช่องเสียบการ์ด microSD สำหรับขยายเพิ่มเติม ส่วนกล้องหลักใช้เซนเซอร์ Sony Lytia 700C ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ Fairphone ยังพัฒนาแอปอัลบั้มภาพใหม่สำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ ซึ่งทางแบรนด์ระบุว่าเป็นสิ่งที่ผู้ใช้เรียกร้องมานาน สำหรับมือถือระดับกลางราคา 650 ดอลลาร์ (ในอังกฤษราคา 569 ปอนด์) สเปคชุดนี้ถือว่าแน่นพอสมควร

ความยั่งยืนและความสามารถในการซ่อมแซมยังคงเป็นรากฐานของแบรนด์ Fairphone เสมอมา และ Gen. 6+ ก็สานต่อแนวทางนี้ต่อไป โดยตัวเครื่องมากกว่า 50% ของน้ำหนักมาจากวัสดุการค้าที่เป็นธรรมหรือวัสดุรีไซเคิล ทางแบรนด์ระบุว่านี่คือ Fairphone ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา อยู่ที่ประมาณ 30 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อเครื่อง และอ้างว่าเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวในตลาดสหรัฐฯ ตอนนี้ที่ทำได้ถึงระดับ "ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นศูนย์" (e-waste neutral) รุ่นก่อนหน้าเคยได้คะแนนเต็ม 10 จากการประเมินความสามารถในการซ่อมของ iFixit มาแล้ว ในแง่ของความพร้อมของอะไหล่ซ่อมและความง่ายในการแกะเครื่อง Gen. 6+ ก็ไม่น่าจะถอยหลังไปจากเดิม
สีน้ำเงินโคบอลต์ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้ ทางแบรนด์ระบุว่าเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในเรื่องการจัดหาแร่ธาตุอย่างมีความรับผิดชอบ โดยวัสดุที่ใช้ในตัวเครื่องมีแร่ธาตุหรือวัสดุ 14 ชนิดที่ผ่านการรับรองการทำเหมืองอย่างมีความรับผิดชอบจากองค์กรอย่าง Fair Cobalt Alliance และ Initiative for Responsible Mining Assurance

แต่สิ่งที่เปลี่ยนประสบการณ์การซื้อจริงๆ ไม่ใช่แค่สเปค แต่คือช่องทางการจัดจำหน่าย Gen. 6+ มาพร้อม Android 16 เวอร์ชันดั้งเดิมไม่มีการปรับแต่งเพิ่มเติม ทางแบรนด์การันตีอัพเดตซอฟต์แวร์อย่างน้อย 7 ปี สามารถสั่งซื้อได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ทางการของ Fairphone หรือ Amazon.com แม้ว่ายังไม่ผ่านการรับรองจาก Verizon แต่มือถือรุ่นนี้เป็นเวอร์ชันปลดล็อค (unlocked) ที่ยืนยันชัดเจนว่ารองรับทั้ง T-Mobile และ AT&T ไม่ต้องมานั่งเดาเองอีกต่อไป ตอนนี้ Fairphone Gen. 6+ เปิดขายแล้ว
นอกจากนี้ Fairphone ยังได้เผยโฉมหูฟังไร้สายรุ่นที่สองที่สามารถถอดซ่อมได้อย่าง Fairbuds 2 ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ตอนนี้ยังมีรายละเอียดไม่มากนัก แต่ Engadget รายงานว่าคาดว่าจะมีการปรับโฉมอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นและคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น






