พลิกดูก้นเครื่อง GameCube ตัวอักษรภาษาอังกฤษข้างรุ่นเครื่องนั้น เป็นตัวกำหนดว่าเครื่องนี้จะใช้งานได้ปกติหรือไม่ การซื้อ GameCube มือสองมาย้อนวันวานฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แค่เสียบปลั๊กก็เล่นได้ แต่สื่อต่างประเทศ Engadget ชี้ว่า การเลือกรุ่นผิดอาจทำให้เกมทั้งคอลเลกชันที่สะสมไว้กลายเป็นแค่ของประดับ

GameCube เป็นเครื่องที่มีการล็อกโซน แบ่งเป็นสามตลาดหลักคือ อเมริกาเหนือ (NTSC-U) ญี่ปุ่น (NTSC-J) และยุโรปกับโอเชียเนีย (PAL) เครื่องรุ่นอเมริกาอ่านแผ่นเกมญี่ปุ่นไม่ได้ เครื่องรุ่นญี่ปุ่นก็จำแผ่นเวอร์ชันอเมริกาไม่ได้เช่นกัน กฎนี้มีที่มาจากยุคทีวีอะนาล็อกที่แต่ละภูมิภาคใช้มาตรฐานสัญญาณต่างกัน ทำให้เกมยุโรปทำงานที่ 50 หรือ 25 FPS ส่วนเวอร์ชันอเมริกาเหนือทำงานที่ 60 หรือ 30 FPS นินเทนโดใช้วิธีนี้มาตั้งแต่ยุค NES และ SNES แม้แต่ PlayStation กับ Dreamcast ก็ไม่มีข้อยกเว้น เพียงแต่เมื่อคอนโซลรุ่นใหม่ๆ เปลี่ยนมาเป็นแบบไม่ล็อกโซน เรื่องราวในอดีตนี้จึงค่อยๆ ถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำของเหล่าเกมเมอร์
วิธีแยกแยะเวอร์ชันเกม กล่องเกมเวอร์ชันอเมริกาจะมีสัญลักษณ์เรตติ้ง ESRB ที่คุ้นตา ส่วนเกมเฉพาะเวอร์ชันญี่ปุ่นจะมีป้าย Only For แบบทึบที่มุมซ้ายบน กล่องเกมเวอร์ชันยุโรปมักมีคำว่า PAL กำกับไว้ ป้าย Only For จะมีขอบมนและมีสามเหลี่ยมสีเขียวอยู่ใต้แถบด้านข้าง ส่วนโลโก้ GameCube จะพิมพ์อยู่ด้านบนสุด กล่องเกมเวอร์ชันญี่ปุ่นเองก็มีขนาดเล็กกว่า บวกกับบรรจุภัณฑ์เป็นภาษาญี่ปุ่น ทำให้แยกแยะได้ไม่ยาก ส่วนวิธีตรวจสอบตัวเครื่องเองนั้นตรงไปตรงมากว่า เครื่องรุ่นญี่ปุ่นจะมีคำว่า (JPN) กำกับข้างรุ่นเครื่องพร้อมคำอธิบายภาษาญี่ปุ่น เครื่องรุ่นอเมริกาจะระบุ (USA) ส่วนเครื่องรุ่นยุโรปจะระบุ (EUR) หากซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ควรขยายดูรูปถ่ายก้นเครื่องที่ผู้ขายให้มาอย่างละเอียด








