Instagram ไม่มีสวิตช์ปิดการติดตามแบบคลิกเดียว Meta ระบุว่าความแม่นยำของโฆษณามาจากข้อมูลที่ร้านค้าพันธมิตรส่งกลับมา ไม่ใช่การดักฟังไมโครโฟน หากต้องการจำกัดการนำข้อมูลไปใช้กับโฆษณาและ AI ต้องปรับตั้งค่าหลายจุดแยกกัน
เคยดูรองเท้าคู่หนึ่งบนเว็บไซต์อื่น ผ่านไปไม่กี่นาที ฟีด Instagram ก็ขึ้นโฆษณารองเท้าคู่เดียวกันทันที — ความแม่นยำแบบนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะมือถือแอบดักฟัง Meta ชี้แจงว่าไม่ใช่เช่นนั้น ความแม่นยำของโฆษณามาจากการที่ร้านค้าปลีก แอปพลิเคชัน หรือธุรกิจอื่นๆ ส่งข้อมูลการเข้าชมและประวัติการซื้อของคุณกลับมาให้ Meta แล้วนำไปจับคู่กัน แต่ปัจจุบัน Instagram ยังไม่มีสวิตช์หลักที่ปิดการเก็บหรือใช้ข้อมูลทั้งหมดได้ในครั้งเดียว หากต้องการจำกัดการติดตาม ต้องตรวจสอบการตั้งค่าแยกกันหลายจุด
Meta ยังคงเรียนรู้จากการค้นหา การรับชม การกดไลก์ การติดตาม การโพสต์ และการคลิกของคุณบน Instagram พร้อมทั้งเก็บข้อมูลอุปกรณ์และเครือข่าย สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลที่ธุรกิจต่างๆ ให้มา รวมถึงข้อมูลที่แชร์กันระหว่างบัญชีต่างๆ ภายใต้ Accounts Center เดียวกัน Meta AI เองก็นำปฏิสัมพันธ์บน Facebook และ Instagram มาปรับเนื้อหาที่แนะนำด้วยเช่นกัน
เริ่มจากจัดการตั้งค่า "กิจกรรมจากธุรกิจอื่น" ก่อน
Meta เริ่มทยอยเปิดตัวการควบคุมใหม่ที่ชื่อว่า "Activity from other businesses" ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 เพื่อแทนที่ "Your activity off Meta technologies" แบบเดิม พร้อมทั้งขยายขอบเขตของ "Activity information from ad partners" ในหน้าตั้งค่าโฆษณาเวอร์ชันเก่าด้วย การตั้งค่านี้กำหนดว่าข้อมูลที่ธุรกิจต่างๆ ส่งกลับมาให้ Meta อยู่แล้วนั้น จะสามารถนำไปใช้ปรับแต่งโฆษณา เนื้อหาในฟีด หรือคำตอบจาก AI ให้เป็นส่วนตัวได้หรือไม่
วิธีปรับตั้งค่าคือเปิด Instagram เข้าไปที่โปรไฟล์ กดเมนูสามขีดเพื่อเปิด Accounts Center แล้วหา Activity from other businesses เนื่องจาก Meta ทยอยเปิดใช้การตั้งค่าใหม่นี้ทีละประเทศ บางบัญชีจึงยังเห็นเส้นทางแบบเดิม คือ Ad preferences > Ad settings > Activity information from ad partners ให้เลือกบล็อกไม่ให้ Meta นำกิจกรรมประเภทนี้ไปใช้ปรับแต่งเนื้อหา
ที่ต้องระวังคือ การตั้งค่านี้ไม่ได้ห้ามธุรกิจส่งข้อมูลกลับมาต่อไป และไม่มีผลต่อบันทึกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใน Instagram เอง เช่น บัญชีที่คุณติดตาม โพสต์หรือ Reels ที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ประวัติการค้นหา การคลิกโฆษณา หรือรายชื่อลูกค้าที่เจ้าของโฆษณาอัปโหลดเข้ามา สิ่งเหล่านี้ยังคงถูกนำไปใช้กำหนดโฆษณาที่คุณเห็นได้อยู่ การตั้งค่านี้เพียงแต่ทำให้ "กิจกรรมนอกแอป" ไม่ส่งผลต่อประสบการณ์โฆษณาอีกต่อไป ไม่ใช่การปิดการปรับแต่งโฆษณาให้เป็นส่วนตัวทั้งหมด ผู้ใช้ในยุโรปยังสามารถเลือกโฆษณาแบบปรับแต่งน้อยลงได้ที่ Ad preferences > Ad settings > Ad experience แต่ Meta ระบุว่าแม้เลือกตัวเลือกนี้แล้ว ก็ยังคงใช้สัญญาณอย่างอายุ สถานที่ ข้อมูลอุปกรณ์ การมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณา และเนื้อหาที่กำลังแสดงอยู่บนหน้าจอในขณะนั้น
การซิงค์รายชื่อผู้ติดต่อต้องจัดการแยกต่างหาก ไปที่ Accounts Center > Your information and permissions > Upload contacts เลือกบัญชี Instagram ที่ต้องการ แล้วปิด "เชื่อมโยงรายชื่อผู้ติดต่อบนอุปกรณ์แต่ละเครื่อง" วิธีนี้จะหยุดการซิงค์ในอนาคต แต่จะไม่ลบข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อที่เคยอัปโหลดไปแล้ว หากต้องการลบ ต้องใช้ "Manage contacts" ใน Accounts Center บน Instagram.com ซึ่ง Meta ระบุว่ากระบวนการลบอาจใช้เวลานานสุดถึง 90 วัน นอกจากนี้ Meta ยังใช้ข้อมูลระหว่างหลายบัญชีภายใต้ Accounts Center เดียวกันเพื่อปรับแต่งโฆษณาและแนะนำบัญชี การนำบัญชีออกใน Accounts Center > Accounts เป็นเพียงการเอาบัญชีนั้นออกจาก Accounts Center นี้เท่านั้น อาจส่งผลให้ฟังก์ชันที่เชื่อมโยงกัน เช่น การล็อกอินร่วมถูกปิดไปด้วย แต่จะไม่ลบบัญชีนั้นหรือข้อมูลที่มีอยู่แล้วแต่อย่างใด
การสนทนากับ AI มีคำสั่งล้างข้อมูล แต่ไม่ใช่สวิตช์ถอนตัวจากการฝึกโมเดล
ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2025 เป็นต้นไป Meta เริ่มนำปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับฟีเจอร์ AI มาเป็นสัญญาณสำหรับปรับแต่งเนื้อหาและโฆษณาในหลายภูมิภาค ยกตัวอย่างเช่น บทสนทนาเกี่ยวกับการปีนเขาอาจส่งผลต่อโพสต์หรือคำแนะนำสินค้าที่เกี่ยวกับการปีนเขาที่คุณเห็นในภายหลัง Meta ไม่ได้จัดเตรียมการตั้งค่าแยกต่างหากที่ให้ผู้ใช้สามารถใช้ Meta AI พร้อมกับยกเว้นไม่ให้บทสนทนาเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในลักษณะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การสนทนากับ AI บน Instagram มีคำสั่งล้างข้อมูลอยู่สองแบบ พิมพ์ "/reset-ai" เพื่อลบสำเนาบทสนทนาที่ AI เก็บไว้และรายละเอียดที่จดจำไว้ พิมพ์ "/reset-all-ais" เพื่อรีเซ็ตบทสนทนา AI ทั้งหมดในแอป ประวัติแชทที่ยังปรากฏอยู่บนหน้าจอจะไม่หายไปเอง ต้องลบด้วยมือแยกต่างหาก คำสั่งทั้งสองนี้ล้างเฉพาะบริบทที่ AI จดจำไว้เท่านั้น ไม่ได้เท่ากับการถอนตัวจากการปรับแต่งโฆษณา การเก็บข้อมูลทั่วไป หรือการฝึกโมเดล
การฝึกโมเดลกับการปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลเป็นคนละเรื่องกัน ในพื้นที่ที่ Meta อ้างอิง "ผลประโยชน์อันชอบธรรม" เป็นฐานทางกฎหมาย โพสต์สาธารณะและคอมเมนต์ของบัญชีผู้ใหญ่ รวมถึงประวัติการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้กับฟีเจอร์ AI อาจถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาโมเดล Generative AI ผู้ใช้ในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรสามารถยื่นคัดค้านผ่าน Privacy Center ของ Meta ได้ แต่สิทธินี้ไม่ได้เป็นการตั้งค่าสากลที่ใช้ได้กับทุกภูมิภาค เนื้อหายังเตือนด้วยว่า อย่าพิมพ์ชื่อ ที่อยู่ รายละเอียดทางการเงิน ประวัติการรักษา หรือข้อมูลใดๆ ที่ไม่ต้องการเผยแพร่สู่สาธารณะลงในแชท Meta AI หากต้องการลบบทสนทนาที่ไม่อยากให้ AI จดจำ สามารถใช้คำสั่งรีเซ็ตได้ทันทีหลังจบการสนทนา