เงินทุนที่เคยดันหุ้นฮาร์ดแวร์ AI ขึ้นสู่จุดสูงสุด คราวนี้กลับกลายเป็นแรงที่ดึงเงินออกไป ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะ 5.33% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 บวกกับราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง แรงกดดันสามด้านนี้บีบให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง โดยห่วงโซ่อุปทานเมมโมรี่และฮาร์ดแวร์ AI ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดตลาดวันที่ 19 สิงหาคมด้วยการร่วงหนักถึง 4.96% ทันที ดัชนี KOSPI ดิ่งลงมาอยู่ที่ 6,528.77 จุด ก่อนที่ในเวลา 9:27 น. จะร่วงต่อไปแตะ 6,413.43 จุด ขยายช่วงลบเป็น 6.64% จนกระตุ้นระบบเบรกอัตโนมัติสำหรับคำสั่งขายอัตโนมัติ (sidecar) เป็นครั้งที่ 48 ของปีนี้ หุ้นบลูชิพร่วงระเนระนาดทั่วกระดาน SK Hynix ร่วง 7.45% ระหว่างวัน Samsung Electronics ลดลง 6.64% บริษัทโฮลดิ้ง SK Square ขยายช่วงลบไปถึง 10.31% Hyundai Motor ลดลง 4.6% Samsung Life ดิ่งแรงถึง 8.7% หุ้นขนาดกลางและเล็กก็ถูกลากลงไปด้วยเช่นกัน

ต้นตอของแรงเทขายระลอกนี้มาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา ดัชนีหลักทั้ง 4 ตัวของสหรัฐฯ ปิดตลาดร่วงยกแผงเมื่อวันก่อน โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor ดิ่งลงหนักราว 5% ชนวนสำคัญมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งทะยาน ห่วงโซ่อุปทานเมมโมรีและฮาร์ดแวร์ AI ร่วงระเนระนาดตามกัน ทั้ง Seagate และ SanDisk ดิ่งลงหนักถึง 9% ส่วน Micron ร่วง 7% และ Western Digital ร่วง 7% เช่นกัน Bloomberg ระบุว่าความวิตกกังวลจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้น กำลังดูดความอยากเสี่ยงของตลาดที่มีต่อการเทรดหุ้นกลุ่ม AI ออกไปเช่นกัน
ตลาดหุ้นไต้หวันก็ไม่รอดเช่นกัน ดัชนี Weighted Index เปิดตลาดวันนี้ดิ่งลงหนักกว่า 500 จุดในช่วงหนึ่ง ก่อนที่แรงร่วงจะเริ่มชะลอตัวลง ล่าสุดปรับตัวลง 1.15% ด้านหุ้นรายตัว TSMC ร่วง 1.26% Nanya Technology ดิ่งลงหนัก 6.21% ส่วน Winbond Electronics ร่วง 5.95%
นี่คือครั้งที่ 48 ในปีนี้ที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เกิดการหยุดชะงักของคำสั่งขายอัตโนมัติ (Sell-side Program Trading Halt) สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงมีความอ่อนไหวสูงต่อความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและภูมิรัฐศาสตร์ ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าวนี้ ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางตลาดในระยะต่อไป รวมถึงความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ






