เรื่องที่คนมักมองข้ามเวลาพูดถึงการสมัคร Nintendo Switch Online ไม่ใช่เรื่องราคา แต่คือฟีเจอร์สำรองเซฟเกมบนคลาวด์ต่างหาก—เวลาเครื่องพัง หรือต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ ความคืบหน้าในเกมก็ไม่ต้องเริ่มใหม่ Ben Stegner นักเขียนจาก Engadget สมัครใช้บริการนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายน 2018 จนถึงตอนนี้ และบอกว่าแค่ฟีเจอร์นี้อย่างเดียวก็คุ้มค่าเงินที่จ่ายไปแล้ว
แพ็กพื้นฐานราคาปีละ 20 เหรียญ เฉลี่ยแล้วเดือนละไม่ถึง 2 เหรียญ นอกจากเล่นออนไลน์ (เกมที่ต้องซื้ออย่าง Splatoon 3 หรือ Mario Kart World ต้องสมัครสมาชิกถึงจะเล่นออนไลน์ได้ ส่วนเกมแจกฟรีอย่าง Rocket League หรือ Fortnite ไม่ต้องสมัคร) ยังแถมคลังเกมย้อนยุค Nintendo Classics ที่รวมเกม NES, SNES และ Game Boy ไว้ราว 200 เกม ตั้งแต่เกมคลาสสิกอย่าง Super Metroid, Super Mario Bros. 3 ไปจนถึงเกมหายากอย่าง Crystalis ก็มีให้เล่น นอกจากนี้ยังมีแอปสตรีมเพลง Nintendo Music แยกต่างหาก รองรับทั้ง Android Auto และ CarPlay ด้วย
ถ้าอยากได้เนื้อหาเพิ่มเติม แพ็ก Expansion Pack ราคาปีละ 50 เหรียญ จะปลดล็อกคลังเกมจาก N64, Game Boy Advance, Sega Genesis และ Virtual Boy (แต่ถ้าอยากเล่นเกม Virtual Boy จริงๆ ต้องซื้อเครื่องรีเมกทางการหรือแว่นมองภาพกระดาษเพิ่มต่างหาก) แต่สิ่งที่น่าดึงดูดกว่านั้นคือ DLC เกม 3 ชุดที่รวมอยู่ในแพ็กนี้เลย ได้แก่ "Happy Home Paradise" จาก Animal Crossing: New Horizons ราคาเดิม 25 เหรียญ, แพ็กเสริมปลาหมึกจาก Splatoon 2 ราคาเดิม 20 เหรียญ และ Booster Course Pass ของ Mario Kart 8 Deluxe ราคาเดิม 25 เหรียญ
ถ้าคุณมี Switch 2 อยู่ในมือ การสมัครสมาชิกจะได้ของแถมเพิ่มอีก 2 อย่าง ไม่ว่าจะสมัครระดับไหนก็ใช้ฟีเจอร์ GameChat ที่เปิดผ่านปุ่ม C บนจอยได้ ทั้งคุยเสียงและแชร์หน้าจอ พร้อมกับ GameShare ที่ทำให้เพื่อนที่ไม่มีเกมก็ร่วมเล่นด้วยกันได้ ส่วนถ้าอัปเกรดเป็น Expansion Pack จะได้เล่นคลังเกม GameCube ที่เพิ่งเริ่มต้น ตอนนี้มีแค่ไม่กี่เกมอย่าง Wario World, Luigi's Mansion บวกกับแพ็กอัปเกรด Switch 2 (ความละเอียด 4K, 60 เฟรมต่อวินาที) ของ The Legend of Zelda: Breath of the Wild และ Tears of the Kingdom ราคาเดิมเกมละ 10 เหรียญ ยิ่งทำให้ความต่างระหว่างสองระดับนี้ชัดเจนขึ้นไปอีก