แค่วางมือถือลงบนแท่นชาร์จครึ่งชั่วโมง แบตก็พุ่งจาก 0% ไปถึง 50% ทันที นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงจาก Qi2 25W และเป็นเหตุผลที่มันมักถูกเรียกว่า Qi2.2 มาตรฐานนี้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว โดยตอนนั้น iPhone และมือถือ Android บางรุ่นก็ติดอยู่ในรายชื่อที่รองรับแล้ว แต่ Google กลับก้าวช้าไปหนึ่งจังหวะ จนกระทั่ง Pixel 11 ซีรีส์ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานนี้ ถึงได้ใส่ Qi2 25W ลงในสเปกจริงๆ ทำให้ฝั่ง Android ในที่สุดก็ตามทัน

หัวใจของความแตกต่างอยู่ที่ตัวเลขกำลังไฟ Qi2 เวอร์ชันเก่ามีเพดานอยู่ที่ 15 วัตต์ ความเร็วในการชาร์จขึ้นอยู่กับสภาพอุปกรณ์ โดยการชาร์จจาก 0% ถึง 50% ใช้เวลาราว 50 ถึง 80 นาที ส่วน Qi2 25W ดันเพดานขึ้นไปที่ 25 วัตต์ ชาร์จถึง 50% เท่ากัน แต่ใช้เวลาย่นเหลือเพียงราว 30 นาที การชาร์จไร้สายที่ถูกมองว่ามีประสิทธิภาพด้อยกว่าแบบมีสายมาตลอด ครั้งนี้ถือว่าเร่งความเร็วขึ้นมาจนปิดช่องว่างที่เห็นได้ชัดไปได้พอสมควร

นอกจากเรื่องกำลังไฟแล้ว Qi2 25W ยังเสริมการป้องกันความร้อนให้ดีขึ้นด้วย อาการเครื่องร้อนตอนวางชาร์จไร้สายเป็นเรื่องที่หลายคนเจอกันบ่อย มาตรฐานใหม่นี้ได้ปรับปรุงในจุดนี้โดยเฉพาะ แม้ผู้ใช้อาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่างของอุณหภูมิ แต่อุณหภูมิสูงสุดขณะชาร์จลดลงจริง ซึ่งตามทฤษฎีแล้วก็ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ด้วย

สำหรับผู้บริโภคแล้ว จุดที่ต้องเช็กง่ายๆ คือ มือถือหรือแท่นชาร์จมีการระบุว่ารองรับ Qi2 25W หรือเปล่า ถ้ารองรับแค่ Qi2 เวอร์ชันเก่า ทั้งความเร็วในการชาร์จและประสิทธิภาพการระบายความร้อนก็จะอยู่แค่ระดับ 15 วัตต์เท่านั้น