โปรแกรมไต้หวันในสาย World Focus มี A Dance with Rainbows ของ Lee Yi-shan, The Grandmaster’s Gift ของ Chen Yi-jung, Happily Ever After ของ Feng-i Fiona Roan และ To Be Ordinary ของ Lee Yun-chan ผู้กำกับหญิงทั้งสี่ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในหนังประเภทเดียวกัน แต่เปิดสี่เส้นทาง ได้แก่ มวยกับรอยร้าวในครอบครัว มิตรภาพข้ามรุ่นบนกระดานหมากรุก ความสัมพันธ์พี่น้องที่สั่นคลอนเพราะการแต่งงาน และครอบครัวที่เริ่มจัดชีวิตใหม่หลังอุบัติเหตุ
ตามคำแนะนำของเทศกาล ตัวเอกวัยหนุ่มสาวใน A Dance with Rainbows ฝึกมวยพร้อมช่วยธุรกิจข้าวกล่องของแม่ ขณะที่ความสัมพันธ์พ่อแม่ที่เปลี่ยนไปบังคับให้เธอเผชิญความจริงของครอบครัว ส่วน The Grandmaster’s Gift ตั้งอยู่ในไทเปปี 1998 และสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างอดีตยอดฝีมือหมากรุกจีนสูงวัยกับเด็กชาย เรื่องแรกนำการต่อสู้ทางร่างกายเข้าหาคำถามเรื่องครอบครัว ส่วนเรื่องหลังใช้การอยู่ร่วมกันในชีวิตประจำวันและเกมหมากรุกให้ความทรงจำต่างรุ่นมาบรรจบกัน
Happily Ever After เริ่มจากน้องสาวที่เตรียมแต่งงานกับพี่สาวที่มีท่าทีต่างออกไปต่อธรรมเนียมสมรส แล้ววางคำถามว่าเราจะเลือกความสุขเองได้หรือไม่ไว้ท่ามกลางความคาดหวังของครอบครัว ส่วน To Be Ordinary เผชิญอุบัติเหตุทางรถยนต์ ความเจ็บป่วย และกระบวนการที่คนในบ้านพยายามหาชีวิตประจำวันกลับคืนมา เทศกาลระบุความยาว 95 และ 111 นาทีตามลำดับ สำหรับคนที่จะแทรกการดูหนังในทริป ความยาวก็น่าพิจารณาควบคู่กับเนื้อหา
หนังบูรณะและงานร่วมสร้างนานาชาติอยู่คนละส่วน
เรื่องที่ห้าของโปรแกรมคือ Good Neighbors ปี 1962 ของ Lee Hsing ฉบับบูรณะดิจิทัล ซึ่งฉายครั้งแรกในญี่ปุ่นในบริบทฉลอง 70 ปีภาพยนตร์ภาษาไต้หวัน หนังขาวดำใช้เพื่อนบ้าน แนวคิดทางการแพทย์ และความรักในครอบครัวแสดงความขัดแย้งทางวัฒนธรรม ทำให้ได้เห็นประวัติศาสตร์หนังสำหรับคนทั่วไปของไต้หวันควบคู่กับผลงานใหม่ กระทรวงยังระบุว่ากิจกรรมครบรอบจะต่อเนื่องไปสู่โปรแกรมอีกงานที่ศูนย์วัฒนธรรม Athénée Français ในโตเกียวต้นเดือนธันวาคม ไม่ได้หมายความว่าเทศกาลโตเกียวครั้งนี้จัดยาวถึงเดือนธันวาคม
ทีม The Grandmaster’s Gift ถ่ายภาพร่วมกับตัวแทนศูนย์วัฒนธรรมไต้หวันทีม A Dance with Rainbows ร่วมกิจกรรมเปิดงานกับตัวแทนเทศกาลและศูนย์วัฒนธรรม
หนังสายประกวดสองเรื่องคือ The Canary’s Lullaby ของ Ikeda Akira ซึ่งถ่ายทำที่จินเหมินและมี Liu Kuan-ting ร่วมแสดง กับ Fuxi: Four Tales of Feasting ที่มี Lee Kang-sheng, Lee Hong-chi และ Annie Chen เป็นต้น ความร่วมมือไต้หวัน–ญี่ปุ่นของเรื่องแรกไม่ได้มีแค่รายชื่อนักแสดง ผู้กำกับยังเล่าถึงทีมงานและงานหลังการถ่ายทำในไต้หวันบนเวทีแถลงทางการของเทศกาล ส่วนเรื่องหลังกำกับโดย Qiu Jiongjiong ใช้งานเลี้ยงและเรื่องเล่าข้ามยุคสร้างโลกภาพยนตร์ ทั้งสองเรื่องอยู่ในสถานะได้รับเลือกเข้าประกวด ยังประกาศล่วงหน้าว่าได้รางวัลไม่ได้
ทีม The Canary’s Lullaby และผู้เกี่ยวข้องถ่ายภาพร่วมกันระหว่างกิจกรรมเทศกาล
หากจะดูที่โตเกียว ควรแยกชื่อเรื่องกับรอบฉาย
เทศกาลจัดวันที่ 26 ตุลาคมถึง 4 พฤศจิกายน ในย่านฮิบิยะ ยูราคุโจ มารุโนะอุจิ กินซ่า และพื้นที่อื่น ผู้ค้นหาจากต่างประเทศใช้ชื่ออังกฤษบนหน้าโปรแกรมไต้หวันทางการได้ เช่น The Grandmaster’s Gift ตรงกับ 我的棋王爺爺 และ To Be Ordinary ตรงกับ 有用的人 โปรแกรมห้าเรื่องไม่ได้หมายถึงบัตรใบเดียวดูห้าเรื่องต่อกัน สถานที่ฉาย คำบรรยาย และแขกหลังฉายต้องจัดตามหน้ารอบของแต่ละเรื่อง ภาพที่เผยแพร่บันทึกการร่วมงานของทีมหนังและกิจกรรมเปิดเทศกาล ไม่ได้รับรองว่านักแสดงชุดเดียวกันจะมาทุกรอบ