มีตัวเลขหนึ่งที่ถูกวางไว้บนโต๊ะก่อนอื่นใด: กำลังการผลิตส่วนเกินของ Volkswagen Group ในยุโรปสูงกว่า 500,000 คัน นี่ไม่ใช่แค่ศัพท์ทางบัญชีที่ดูเป็นนามธรรม แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจเลิกจ้าง ปิดโรงงาน และตัดแบรนด์ที่จะตามมาทั้งหมด
คณะกรรมการบริหารของ Volkswagen ได้อนุมัติแผน "Future Plan 2030" อย่างเป็นทางการแล้ว โดยภายในบริษัทเรียกมันว่าเป็น "แผนปฏิรูปที่ลึกซึ้งที่สุดในระดับกลยุทธ์" เท่าที่เคยมีมา เป้าหมายคือดันอัตรากำไรจากการดำเนินงานให้แตะ 9% ภายในปี 2030 แผนนี้ยืนยันการเลิกจ้าง 50,000 ตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงระดับผู้บริหารด้วย ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี Volkswagen เคยเผยแผนตัดตำแหน่งงาน 50,000 ตำแหน่งมาแล้ว โดยให้เหตุผลว่าเป็นผลจากนโยบายภาษีของ Trump และการที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนแย่งส่วนแบ่งตลาดไป — ปัจจุบันจีนคือตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จนถึงเดือนมิถุนายนมีกระแสข่าวว่าตัวเลขเลิกจ้างอาจพุ่งไปถึง 100,000 ตำแหน่ง แต่สุดท้ายตัวเลขที่สรุปออกมากลับมาอยู่ที่ 50,000 ตำแหน่งเช่นเดิม
ฝั่งโรงงานยังไม่มีคำตอบ มีเพียงกรอบเวลาเท่านั้น Volkswagen ยอมรับว่ากำลังการผลิตในยุโรปเกินความต้องการของตลาดไปมากกว่า 500,000 คัน และกำลังประเมินว่าโรงงานทั้ง 4 แห่งในเยอรมนี ได้แก่ Emden, Zwickau, Hanover และ Neckarsulm จะถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือปิดตัวไปเลย โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน 2027 พูดง่ายๆ คือ พนักงานในโรงงานเหล่านี้ต้องรออีกเกือบสองปีกว่าจะรู้ผล
สายผลิตภัณฑ์ก็ต้องลดขนานใหญ่เช่นกัน โดยจะลดรุ่นรถลง 50% และลดความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ลง 75% รุ่นที่ขายไม่ออกจะถูกตัดทิ้งทันที สื่อเยอรมัน WirtschaftsWoche รายงานว่า Seat แบรนด์สัญชาติสเปนภายใต้ Volkswagen Group มีแนวโน้มจะยุติการดำเนินงาน สิ่งที่น่าสังเกตคือ Cupra ซึ่งแยกตัวออกมาจาก Seat ไม่อยู่ในรายชื่อที่ถูกตัดทิ้ง โดย Volkswagen ตั้งใจจะเก็บ Cupra ไว้ พร้อมทุ่มทรัพยากรไปที่รุ่นรถไม่กี่รุ่นที่ขายดี เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตให้สูงขึ้นและแลกมาด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่า
ขณะนี้ Volkswagen ยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกำหนดเวลาที่แน่ชัดในการยุติ Seat หรือแผนการดำเนินงานต่อจากนี้