ถ้าไม่อยากจ่ายเงิน ก็ต้องเจรจาให้ได้สัญญาที่เห็นผลผลิตชัดเจนก่อน — นี่คือทางเลือกเดียวที่กฎหมายใหม่ของออสเตรเลียเหลือไว้ให้แพลตฟอร์มอย่าง Meta, Google, TikTok, LinkedIn รัฐสภาออสเตรเลียทั้งสองสภาผ่านร่างกฎหมายแล้ว โดยระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีใดก็ตามที่มีรายได้จากโฆษณาในประเทศเกิน 275 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 178 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และดำเนินธุรกิจโซเชียลมีเดียหรือเสิร์ชเอนจิน "ที่มีขนาดใหญ่พอ" หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสนับสนุนการผลิตข่าวกับสื่อข่าวอย่างน้อย 8 แห่งก่อนสิ้นสุดรอบรายงานประจำปี จะต้องจ่ายภาษี 2.75% ของรายได้ในประเทศ
เงินก้อนนี้ไม่ได้คำนวณขึ้นมาลอยๆ ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ภาษีนี้จะถูกจ่ายตรงให้กับสื่อข่าว ด้วยเหตุผลว่าบริษัทเทคโนโลยีได้ผลประโยชน์จากเนื้อหาของสื่อเหล่านี้ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และรายได้จากโฆษณาไปแล้ว ส่วนสื่อแต่ละแห่งจะได้รับส่วนแบ่งเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนนักข่าวที่สื่อนั้นจ้างงาน รวมถึงนักข่าวอิสระด้วย พูดง่ายๆ คือ สื่อที่เลี้ยงกองบรรณาธิการไหวจะได้ส่วนแบ่งมากกว่า
กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่กฎเก่าที่เริ่มบังคับใช้ในปี 2021 โดยรัฐบาลออสเตรเลียระบุว่ากฎชุดนั้น "ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป" หลังจากกฎใหม่มีผลบังคับใช้ในตอนนั้น Meta เคยบล็อกไม่ให้สื่อและผู้ใช้ในออสเตรเลียแชร์ลิงก์ข่าวชั่วคราว ก่อนจะบรรลุข้อตกลงกับสื่อท้องถิ่นในเวลาต่อมา แต่ข้อตกลงชุดนั้นหมดอายุไปแล้วเมื่อสองปีก่อน ทั้งนี้ Meta ก็เคยใช้มาตรการบล็อกแบบเดียวกันกับผู้ใช้ Facebook และ Instagram ในแคนาดามาแล้วเมื่อสามปีก่อน
กฎหมายใหม่ยังไม่ได้ระบุกำหนดเวลาที่แน่ชัดในการบังคับใช้ หรือรายชื่อกลุ่มแรกที่จะได้รับผลกระทบ แต่หลักการนั้นชัดเจน คือต้องเลือกระหว่างการเจรจาหรือการจ่ายภาษี การไม่เจรจาไม่ได้แปลว่าจะใช้เนื้อหาข่าวได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย






