สื่อสารกันไปมาสองปี อัปเดตฟีเจอร์ใหม่หลายรอบ แต่พอทดสอบจริงก็ยังเจอช่องโหว่อยู่ดี คณะกรรมการความปลอดภัยออนไลน์ออสเตรเลีย eSafety ประกาศว่า Roblox ตกลงลงนามใน "คำมั่นสัญญาที่ศาลสามารถบังคับใช้ได้" (court-enforceable undertaking) โดยรับปากว่าจะอุดช่องโหว่ด้านการปกป้องบัญชีเด็กให้เสร็จภายใน 3 เดือน หากไม่ทำตาม eSafety สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อบังคับใช้ได้ทันที
ปัญหาอยู่ที่ไหน ผลทดสอบของ eSafety ช่วงต้นปีนี้ชี้ว่า ผู้ใหญ่สามารถส่งคำขอเป็นเพื่อนไปยังบัญชีเด็กในออสเตรเลียได้โดยไม่ต้องผ่านความยินยอมจากผู้ปกครอง แถมเด็กกับผู้ใหญ่ยังสามารถเห็นโพสต์ของกันและกันและตอบกลับกันได้บนฟอรัมชุมชน ที่แย่กว่านั้นคือ ใครก็ตามสามารถดูรายชื่อเพื่อน โปรไฟล์ ข้อความแนะนำตัว ชื่อบัญชี และรูปอวาตาร์ของผู้ใช้ที่เป็นผู้เยาว์ได้ทั้งหมด โดยไม่มีตัวเลือกใดๆ ให้จำกัดว่าใครจะเห็นข้อมูลเหล่านี้ได้บ้าง
ช่องโหว่เหล่านี้โผล่มาในจังหวะที่ค่อนข้างน่าอึดอัด เพราะจริงๆ แล้ว Roblox ก็ขยับตัวไปไม่น้อยแล้ว ช่วงปลายปี 2025 แพลตฟอร์มนำร่องเปิดใช้การยืนยันอายุแบบบังคับในออสเตรเลียเป็นที่แรก แม้จะเคยถูกจับได้ว่ามีเด็กหาวิธีหลอกระบบยืนยันผ่านไปได้ แต่ทางบริษัทก็ยืนยันว่าตัวเทคโนโลยีเองไม่มีปัญหา ต่อมาตลาดสหรัฐฯ ก็เริ่มกำหนดให้ต้องยืนยันอายุก่อนใช้ฟีเจอร์แชทในเกมได้ พอถึงกลางเดือนพฤษภาคมปีนี้ Roblox ก็แบ่งผู้ใช้ออกเป็น 3 ระดับอายุ ได้แก่ Kids, Select และบัญชีทั่วไป โดยบัญชี Kids จะเล่นได้เฉพาะเกมที่จัดเรตเนื้อหาระดับ Minimal หรือ Mild เท่านั้น ฟีเจอร์แชทจะถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น พร้อมมาพร้อมชุดเครื่องมือควบคุมสำหรับผู้ปกครองแบบครบชุด ระบบแบ่งระดับนี้เริ่มเปิดใช้ทั่วโลกตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
eSafety ระบุว่า ทาง Roblox "เชื่อว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย Online Safety Act แล้ว" แต่ก็ยังตกลงที่จะเพิ่มมาตรการอีกหลายข้อ ได้แก่ การรับประกันว่าผู้ใหญ่จะไม่สามารถติดต่อเด็กที่ไม่รู้จักได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ตั้งค่าเริ่มต้นให้บัญชีเด็กเป็นแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ จัดให้มีระบบแจ้งเตือน/รายงานที่ใช้งานง่ายขึ้น และให้หน่วยงานตรวจสอบจากภายนอกเข้ามาประเมินประสิทธิภาพที่แท้จริงของมาตรการด้านความปลอดภัยเหล่านี้
Roblox เองก็ตกอยู่ในคดีความมากมายในสหรัฐฯ เช่นกัน โดยรัฐบาลหลายรัฐได้ยื่นฟ้องไปแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Roblox ตกลงจ่ายเงินชดเชย 12 ล้านดอลลาร์ให้กับรัฐเนวาดา พร้อมให้คำมั่นว่าจะนำระบบยืนยันตัวตนที่ต้องใช้เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ ควบคู่กับการประเมินอายุจากใบหน้ามาใช้งาน — แม้ว่าในระบบปัจจุบัน ผู้ใช้งานจะเพียงแค่ต้องผ่านการยืนยันตัวตนแบบใดแบบหนึ่งจากทั้งสองวิธีนี้ก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ ทางแพลตฟอร์มยังให้คำมั่นเพิ่มเติมว่า ผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี จะไม่สามารถส่งข้อความหาผู้ใหญ่ได้ เว้นแต่จะกำหนดให้อีกฝ่ายเป็น "เพื่อนที่ไว้ใจได้" ผ่านการสแกน QR code






