เบื้องหลังการพุ่งขึ้นสองหมื่นดอลลาร์นี้ คือสถานะเลเวอเรจมูลค่าเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ที่ถูกบังคับปิดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง บิตคอยน์พุ่งขึ้นแตะระดับ 69,000 ดอลลาร์ในช่วงหนึ่ง ขณะที่อีเธอเรียมกระโดดขึ้นตามมา 10% การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงครั้งนี้ไม่เพียงดันราคาสปอตให้สูงขึ้น แต่ยังทำให้ฝ่ายที่ทำการชอร์ตต้องเสียหายอย่างหนัก
ตามรายงานของ The Block การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ รวมถึงข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ในช่วงที่ผ่านมา โดยทั้งสองปัจจัยร่วมกันจุดชนวนแรงซื้อ รายงานระบุว่าการพุ่งขึ้นครั้งนี้กระตุ้นให้เกิดการบังคับปิดสถานะคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่าเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่าก่อนหน้านี้ตลาดมีสถานะขาย (short) อยู่ในระดับที่ค่อนข้างมาก
ผลกระทบเชื่อมโยงยังสะท้อนไปถึงตลาดหุ้นด้วย หุ้นรายตัวที่ผูกโยงกับคริปโทเคอร์เรนซีต่างปรับตัวขึ้นพร้อมกัน โดยหุ้น Strategy และ Bitmine ต่างพุ่งขึ้นราว 10% ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการปรับขึ้นของอีเธอเรียม (Ethereum)
ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการซื้อคืนของกระทรวงการคลังและเนื้อหาที่เป็นรูปธรรมของข้อเสนอจาก SEC โดยความคืบหน้าต่อไปยังคงต้องรอการเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง






